เป็นสิ่งที่เกินคาดสำหรับเขาเหมือนกัน
“คุณมีบัตรเชิญไหม?” พ่อบ้านโจวเบนสายตามองมาที่หลี่สื้อผิง ถึงแม้ว่าเฉินเฟิงปากว่าไม่เป็นไรก็ตาม แต่ว่าเขาก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อรักษาหน้าตาให้เฉินเฟิง
เมื่อเห็นแววตาที่เย็นเฉียบของพ่อบ้านโจวแล้ว หน้าผากของหลี่สื้อผิงก็ผุดเม็ดเหงื่อขึ้นมาเป็นแถบ “ผม…ผมก็ไม่มี”
หวางซือหยวนที่อยู่ด้านข้าง หน้าซีดเผือด เธอกับหลี่สื้อผิงต่างไม่มีบัตรเชิญทั้งนั้น!
พี่อี้เป็นคนพาพวกเขาเข้ามาในงาน
“ไม่มี?!” พ่อบ้านโจวมองด้วยแววตาคมกริบ
“ผม…พี่อี้เป็นคนพาพวกเราเข้ามา” เมื่อเห็นท่าทางพ่อบ้านโจวที่เริ่มมีอาการประสาทเล็กน้อย หลี่สื้อผิงรีบเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาแล้วอธิบายทันที
“พี่อี้? พี่อี้คือใครกัน?” พ่อบ้านโจวขมวดคิ้ว
เวลานั้นเอง ชายหนุ่มวัยกลางคนที่สวมเสื้ออามานี่ บริเวณลำคอใส่สร้อยลูกประคำที่ทำมาจากไม้ไว้ที่คอก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“พ่อบ้านโจวขออภัยด้วย ขออภัยจริงๆ คนคนนี้ผมเป็นคนพาเข้ามาเอง เขาเพิ่งเคยเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ถึงได้กล้ามาลองดูกับคุณผู้ชายท่านนี้ได้ รบกวนพ่อบ้านโจวปล่อยไปพวกเขาไปเถอะ…” เมื่อชายหนุ่มวัยกลางคนมาถึง ก็ใช้สายตาถมึงทึงจ้องไปที่หลี่สื้อผิง จากนั้นก็ยิ้มให้พร้อมทั้งอธิบายให้พ่อบ้านโจวฟัง
“หลี่อี้” เมื่อเห็นชายวัยกลางคน พ่อบ้านโจวก็เข้าใจได้ทันทีคนที่หลี่สื้อผิงอ้างถึงก็คือ หลี่อี้ เป็นแขกที่เป็นคนกลาง ในวงการชนชั