“เรียกฉันทำไม! ไม่เจอคน รอต่อไป! รอจนถึงเวลาที่ได้เจอคนแล้วมึงค่อยกลับมา!”
“ติ๊ด” เสียงดังลั่น ถังเย่าโจงตัดสายทิ้งอย่างเสียมารยาท
หลินเย่นที่ยังคงอยู่ที่เดิม ได้แต่โกรธแค้น
“อีนางนี่! อีนางนี่! มึงยังกล้ามีเงื่อนไขกับกู!” หลังจากที่สบถด่าเสี้ยเมิ่งเหยาออกมาหลายคำแล้ว หลินเย่นก็ยังคงยืนรอคอยอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์แผดเผาอยู่ที่เดิม
ไม่ว่าจะยังไง เธอต้องเจอหน้าเสี้ยเมิ่งเหยาให้ได้
ถ้าไม่ได้รับการยกโทษจากเสี้ยเมิ่งเหยาแล้ว โรงแรมของถังเย่าโจงก็ไม่สามารถเปิดกิจการต่อไปได้ โรงแรมปิดกิจการไปหนึ่งวัน ค่าเสียหาย แสนกว่าหยวนต่อวัน
เธอไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหายนี้ได้
ไม่นาน เวลาช่วงบ่ายก็ผ่านพ้นไป
“ท่านประธานเสี้ย เธอยังคงยืนรออยู่ด้านนอก ยืนรอมาตลอดทั้งช่วงบ่ายแล้ว” ฟางหย่าเริ่มรายงานความจริงให้รู้ถึงสภาพของหลินเย่นให้เสี้ยเมิ่งเหยาฟัง
ทว่าเมื่อเสี้ยเมิ่งเหยาได้ยินแล้ว ขนาดตายังไม่กะพริบเลยก็ตอบกลับมาแล้ว “ให้เธอรอต่อไปเถอะ”
“ค่ะ ท่านประธานเสี้ย” ฟางหย่าพยักหน้าให้อย่างเคารพ
หลินหลันที่นั่งดูเหตุการณ์มาโดยตลอดถึงกับตกใจทันที เสี้ยเมิ่งเหยาในวันนี้ เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว มันเป็นคนละคน ถ้าไม่ใช่ว่าแต่จ้องเสี้ยเมิ่งเหยาอยู่ หลินหลันเองยังสงสัยด้วยซ้ำ หรือว่าเสี้ยเมิ่งเหยาถูกสลับตัวไป
หลินเย่นคิดว่า การที่ตนเองมายืนตากแดดอยู่ด้านนอกตั้งแต่บ่าย เสี้ยเมิ่งเหยาจะใจอ่อนบ้าง จนยอมมาเ