อบ!”
“แก… แกมันเป็นหมาไม่มีน้ำใจ! ที่แกพูดออกมาหมายความว่าไง?! แกยังมีน้ำใจอยู่ไหนเนี่ย!” หลินเย่นรู้สึกว่าทรวงอกจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว เธอไม่คิดเลยว่า เสี้ยเมิ่งเหยาในเวลานี้ จะไม่ยอมพูดเรื่องหลักการได้ขนาดนี้ ไม่สนใจจิตใจคนอื่น ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นถึงป้าสองของเธอด้วยซ้ำ
“ฉันมีหรือไม่มีน้ำใจคุณก็รู้อยู่เต็มอก” เสี้ยเมิ่งเหยาเอ่ยปากพูดอย่างเย็นชา ผ่านเรื่องราวมาตั้งมากมาย เธอย่อมเข้าใจหลักการนี้ ม้าที่แสนดีโดนคนขี่เอาไว้ คนดีย่อมถูกคนอื่นรังแกเสมอ การปฏิบัติกับคนอื่นนั้น ยามเมื่อคุณใจอ่อนไปเรื่อย พวกเขาก็จะมาขี้รดใส่บนหัวคุณตลอด
“ยังไงฉันไม่สนใจ วันนี้ไม่ว่าจะยังไง แกต้องยกตำแหน่งรองประธานบริษัทให้กับรั่วเสวี่ยนของฉัน ไม่งั้นฉันจะนั่งอยู่ที่ห้องทำงานของแกไม่ไปไหนทั้งนั้น!” ยิ่งเห็นเสี้ยเมิ่งเหยาเต๊ะท่าไม่ยอมตกลงด้วย หลินเย่นเลยรีบพ่นข้ออ้างต่างๆ นานาขึ้นมาแทน
การจัดการเรื่องนี้นั้น เสี้ยเมิ่งเหยาทำตามกฎทันที “ฟางหย่า เรียกยามขึ้นมา!”
“ได้ค่ะ ท่านประธานเสี้ย” ฟางหย่าที่นั่งอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ ได้แต่พยักหน้าให้อย่างเคารพ จากนั้นก็หันตัวกลับไปแล้วกดโทรศัพท์ออก
เมื่อเห็นว่าเสี้ยเมิ่งเหยาทำแบบนั้นจริงๆ หลินเย่นถึงกับร้อนรนขึ้นมาทันที “เสี้ยเมิ่งเหยา แกกล้าเรียกยามมา ฉันก็จะเอาเรื่องฉาวโฉ่ชั่วๆ ของแกออกมาแฉให้หมด”
“หลินเย่น คุณชักจะทำเกินไปแล้ว!” สีหน้าของหลินหลันเริ่มไม่สู้ดี ถ้าเริ่มใ