งนี้ยังไงก็ไม่มีทางปล่อยปละละเลยไปอย่างเงียบๆ แบบนี้”
“คำให้การ? ”
“พี่เย่น พี่อยากจะได้คำให้การอะไร? ” หลินหลันกระตุกมุมปากคลายยิ้มอันเย้ยหยันเล็กน้อยจนสังเกตไม่เห็นถึงยิ้มที่เย้ยหยันนี้ หลินเย่นยังคงนึกว่าเสี้ยเมิ่งเหยาในตอนนี้จะเป็นของเล่นที่เธอสามารถเล่นได้ตามใจชอบเหมือนแต่ก่อน เสี้ยเมิ่งเหยาในตอนนี้เป็นท่านประธานของบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป หลินเย่นอยากจะจับพวกเธอสองแม่ลูก ก็ต้องดูตัวเองมีความสามารถพอไหม!
ต่อให้การตอบสนองของหลินเย่นจะเชื่องช้ามากขนาดไหน ตอนนี้ก็สามารถฟังออกถึงน้ำเสียงที่เยาะเย้ยของหลินหลันสักที
หลินเย่นจึงรู้สึกโมโหเป็นฟืนเป็นไฟทันที “หลินหลัน เธอหมายความว่าอะไร?! พวกเธอสองแม่ลูกไม่อยากอยู่ในจงไห่แล้วหรือ! เชื่อไหมแค่คำๆ เดียวของฉัน ก็สามารถทำให้พวกเธอไสหัวออกจากจงไห่ได้”
“ให้เราสองแม่ลูกไสหัวออกจากจงไห่? ” หลินเย่นแสยะยิ้ม แล้วพึมพำขึ้น “พี่เย่น พี่ก็คิดว่าตัวเองเก่งเกินไปไหม อีกอย่าง จงไห่ก็ไม่ใช่บ้านของพี่ พี่บอกว่าจะให้เราสองแม่ลูกไสหัวออกไป เราสองแม่ลูกก็จะไสหัวออกไปงั้นหรอ? มีเหตุผลแบบนี้ด้วยหรอ”
มีฐานะของท่านประธานเสี้ยเมิงเหยาค่อยหนุนหลัง ตอนที่หลินหลันพูด น้ำเสียงที่มั่นใจขึ้นไม่น้อย
ทว่าหลินเย่นกลับถูกทำให้เครียดไม่เบา “หลินหลัน เธอนี่มันไร้เนรคุณ พูดจากับฉันแบบนี้หรอ? ”
“เธอลืมไปแล้วหรอ ตอนแรกเธอขอร้องฉันยังไง ให้ฉันหาตระกูลดีๆ กับลูกสาวสินค้ามือสองของเธอ