เขาพยายามประเมินภูมิหลังของเฉินเฟิงให้มากที่สุดแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าเขายังประเมินไม่มากพอ
เขาต้องมีภูมิหลังดีแค่ไหนถึงจะทำให้คนอย่างไป๋เหวินซั่วไม่กล้าแม้แต่จะโต้เถียงเลย
ก่วนฉู่อี้ในขณะนี้เริ่มมีความปรารถนาที่จะตายแล้ว
“จริงเหรอ?” เฉินเฟิงยิ้มจาง ๆ ไป๋เหวินซั่วนั้นถือว่าอยู่เป็นเลยจริง ๆ
“ใช่!” ไป๋เหวินซั่วกัดฟันพูด แม้จะเป็นเรื่องขายหน้าที่ต้องยอมเฉินเฟิงต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่เขาจำเป็นต้องทำเช่นนี้
เพราะเขาไม่กล้าผิดใจกับคนที่แม้กระทั่งพ่อของเขายังต้องกลัว!
“แล้วเขาล่ะ?” เฉินเฟิงยิ้มพูดแล้วหันมองไปที่ก่วนฉู่อี้ที่กำลังน่องสั่นอยู่
“มันไม่เกี่ยวอะไรกับผมหรอก!”
ไป๋เหวินซั่วตอบอย่างไม่ต้องคิด “ผมไม่ได้สนิทกับมันเลย”
“คุณชายไป๋?!”
เมื่อได้ยินคำนี้ก่วนฉู่อี้ก็หน้าซีดทันที จากนั้นคุกเข่าลงด้วยความตกใจ
เขาไม่คิดว่าไป๋เหวินซั่วจะทิ้งเขาดื้อ ๆ แบบนี้
แม้จะเป็นการเอาตัวรอด แต่ไป๋เหวินซั่วไม่มีแม้แต่การรักษาน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ มันช่างใจร้ายใจดำเลยจริง ๆ
“ไปให้พ้น!”
ไป๋เหวินซั่วมองไปที่ก่วนฉู่อี้ด้วยความรังเกียจ ณ ตอนนี้คนที่เขาเกลียดที่สุดไม่ใช่เฉินเฟิง แต่กลับเป็นก่วนฉู่อี้ที่อยู่ตรงหน้าเขา!
ถ้าไม่ใช่เพราะก่วนฉู่อี้ วันนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านและไม่จำเป็นต้องมาเจอกับเฉินเฟิงคนที่น่ากลัวคนนี้หรอก
แม้ตอนนี้จะดูเหมือนว่าเฉินเฟิงไม่ได้คิดจะเอาเรื่องเขา
แต่หลังจากกลับไปไป๋เสี้ยวเทียนคงไม่ป