ียวกับหยางเจี้ยนโสงและจูชิ่งเฟิง งั้นเรื่องนี้ก็คงต้องเป็นแบบนี้
ไป๋เหวินซั่วอยากก่อเรื่องแค่ไหนก็ทำไป ต่อให้ทำงานพัง ก็มีคนรับผิดชอบอยู่ดี
ถ้าหญิงสาวใส่หน้ากากผ้าส่ายหน้า งั้นไม่ต้องพูดเลย ต่อให้วันนี้ตัวไป๋เสี้ยวเทียนมายืนตรงนี้ด้วยตัวเอง ไป๋เหวินซั่วก็ต้องอัปเปหิตัวเองลงจากเวที
หญิงสาวใส่หน้ากากผ้าไม่ได้สนใจอธิการบดีเหอ วินาทีนี้สายตางามของเธอพุ่งตรงไปที่ชายหนุ่มที่พึ่งขึ้นเวที
“คุณหนูฉู่?” อธิการบดีเหอเริ่มกระอักกระอ่วนจนต้องเรียกอีกครั้ง
“หา?” หญิงสาวใส่หน้ากากผ้าถึงได้สติกลับมา เมื่อกี้ตัวเองใจลอยไปหน่อย เธอถอดหน้ากากผ้าสีดำลง ใบหน้างามแดงเรื่ออย่างขัดเขิน
“ขอโทษนะคะ อธิการบดีเหอ เมื่อกี้ฉันกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ เลยไม่ได้ยินว่าคุณพูดอะไร คุณช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมคะ?” พอได้ยินหญิงสาวใส่หน้ากากผ้าอธิบาย อธิการบดีเหอก็ถอนหายใจโล่งอก เขายังนึกว่าหญิงสาวไม่ชอบหน้าเขาซะอีก
“คุณหนูฉู่ เมื่อกี้ผมพึ่งถามคุณว่า คุณคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ จะไล่ไป๋เหวินซั่วลงจากเวทีไหม?”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ให้เขาอยู่บนเวทีต่อไปแหละ” เธอส่ายหัว สายตางามนั่นเผยแววซุกซนขึ้นวูบหนึ่ง ถ้าคนที่ไป๋เหวินซั่วหาเรื่องเป็นคนอื่น บางทีเธออาจจะให้ไป๋เหวินซั่วลงจากเวที แต่คนที่ไป๋เหวินซั่วกำลังหาเรื่อง กลับเป็นเฉินเฟิง
หาเรื่องแท้ๆ
ไม่ต้องสงสัยเลย ไป๋เหวินซั่วกำลังหาเรื่องใส่ตัวเองแท้ๆ
ถึงนี่จะเป็นแค่ครั้งที่สองที่ฉู่ชีง