่นชีวแล้วแน่
ถ้าจะยุ่งอีก พวกเขาต้องสืบค้นประวัติเขาให้ดีซะก่อน
“ไอ้ขยะ ต่อไปอย่าเที่ยวพูดไปอีกล่ะว่าเคยฝึกทหารมา ขายขี้หน้าทหารหมด!” สือโพ่จุนมองอู่จื้อเคออย่างเย็นชา พอด่าจบ เขาก็หมุนตัวเดินจาไป
ทิ้งหลิวคุนและอู่จื้อเคอสีหน้าไม่ดีนักไว้
พอเห็นสถานการณ์เปลี่ยนไป เซียวรั่วรีบเดินตามสือโพ่จุนออกไป
“แม่งเอ๊ย!”
พอทั้งสามคนออกไป อู่จื้อเคอที่สีหน้าบิดเบี้ยวถึงขีดสุดซัดฝ่ามือในกำแพงห้องวีไอพี ถึงได้ระบายอารมณ์อัดอั้นออกมา
“พี่คุน เจ้านั่นมันใหญ่มาจากไหนน่ะ?” อู่จื้อเคออดถามไม่ได้ ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมหลิวคุนต้องกลัวเฉินเฟิงขนาดนั้น หรือเพราะสือโพ่จุนดูเหมือนจอมยุทธ์?
“ฉันไม่รู้” หลิวคุนส่ายหัว สายตาเจ้าเล่ห์เคร่งขรึม เขามองเฉินเฟิงไม่ออกจริงๆ เขาพอเดาที่มาของสือโพ่จุนได้ แต่กับเฉินเฟิง เขาเดาไม่ออกจริงๆ
ไม่ว่าจะมองยังไง เฉินเฟิงก็ดูเป็นคนธรรมดา เผลอๆก็คนธรรมดาน่ะแหละ
แต่ภายใต้คำว่าธรรมดานี่กลับแฝงรังสีอันตรายที่ทำให้หลิวคุนหวาดหวั่นเอาไว้
หลิวคุนมีลางสังหรณ์ว่า ถ้าเมื่อกี้เขาตัดสินใจลงมือกับเฉินเฟิงจริงๆ งั้นมันจะกลายเป็นการตัดสินใจที่เขาเสียใจที่สุดในชีวิต ไม่มีอะไรเทียบได้เลย!
หลิวคุนเชื่อมั่นในเซนส์ของตัวเองเสมอ ดังนั้นครั้งนี้เขาเลือกที่จะอดกลั้นดีกว่า
“ไม่รู้?”
อู่จื้อเคอเบิกตากว้าง หลิวคุนยอมให้อีกฝ่ายหยามน้ำหน้าตัวเองขนาดนี้ทั้งๆที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของอีกฝ่าย?
เหมือน