รู้ว่าอู่จื้อเคอคิดอะไร หลิวคุนส่ายหน้า ถอนหายใจพลางว่า: “จื้อเคอ ตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสังคมพวกเราคืออะไรรู้ไหม?”
“อะไรครับ?” อู่จื้อเคออึ้ง
“คือความไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย!” หลิวคุนพูดเสียงเรียบ
“ตั้งแต่เล็กจนโต พวกเราเคยเจอคนมาไม่น้อย ไม่ถึงพัน ก็ต้องมีแปดร้อย บางคนเป็นยาจก บางคนเป็นคนมีชื่อเสียงมีอำนาจ ไม่ว่าคนจำพวกไหน บนตัวพวกเขาต้องมีออร่าความเป็นคนชนชั้นนั้นๆอยู่”
“คนจน อ่อนด้อย ความรู้สึกไหว อ่อนแอ”
“คนรวย เชื่อมั่นในตัวเอง สงสัย หยิ่งทระนง”
“ออร่าพวกนี้ นายมองแวบเดียวก็ดูออก และยังวิเคราะห์ได้จากออร่าพวกนี้ด้วยว่าพวกเขาเป็นคนระดับไหน นายหาเรื่องพวกเขาได้ไหม”
“แต่เจ้าหนุ่มเมื่อกี้ ไม่มีออร่าอะไรออกมาจากตัวเลย ทั้งท่าทีภายนอกของเขาและสิ่งที่แสดงออกมาทำให้ดูสับสน นายมองเขาแวบแรก จะเห็นเขาเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีทางดึงเขาไปรวมกับพวกคนมีชื่อเสียงและอำนาจแน่ๆ”
“แต่พอนายคุยกับเขา กลับพบว่าเขาไม่ธรรมดาเลยสักนิด”
“ในตัวเขามีสัตว์ป่าดุร้ายซ่อนตัวอยู่”
น้ำเสียงหลิวคุนดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที สัตว์ป่าดุร้าย นี่เป็นความรู้สึกที่เขามีต่อเฉินเฟิง
ทำให้เฉินเฟิงโกรธ ก็เท่ากับทำให้สัตว์ป่าดุร้ายโกรธ อยู่ต่อหน้าสัตว์ป่าดุร้าย ฐานะทางบ้านเขาร่ำรวยแค่ไหนมันก็เท่านั้น
ดังนั้นต่อให้เมื่อกี้เขาเรียกการ์ดทั้งหมดของคลับมาได้ เขาก็ไม่เรียก
“พี่คุน มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอ?” อู่จื้อเคอขมวดคิ้ว เขารู้