ขนาดนี้จะให้เธอรับได้ไง?
ในระหว่างที่ถูกความริษยากัดกร่อนหัวใจ หวางซือหยวนเห็นเฉินเฟิงเข้าพอดี
พอเห็นเฉินเฟิง หวางซือหยวนหาถังขยะระบายความโกรธได้พอดี เลยเอาความโกรธและความริษยาทั้งหมดพุ่งไปที่เฉินเฟิง
พอหวางซือหยวนจากไป หลี่สื้อผิงก็ฮัมเพลงจากไปด้วย
หลี่เล่อมองส่งหลี่สื้อผิงเสร็จ ก็หันมาปาดเหงื่อบนขมับ มองเฉินเฟิงอย่างระมัดระวังและถามว่า: “เฟิง…พี่เฟิง พี่ไม่ถูกกับผู้จัดการหลี่ใช่ไหม?”
ท่าทีเมื่อกี้ของหลี่สื้อผิงที่ดูถูกเยาะหยันเฉินเฟิงเขาเห็นมันทั้งหมด เดิมเขาคิดว่าความสัมพันธ์ของเฉินเฟิงกับหลี่สื้อผิงน่าจะโอเค แต่ไม่คิดว่า…
“อืม” เฉินเฟิงพยักหน้า จากนั้นหมุนตัวเดินลงบันไดไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลี่เล่อถอนหายใจยาว เดินตามเฉินเฟิงไป
พอทั้งคู่เดินไป ที่หน้าประตูห้องประชุมถึงปรากฏร่างบางขึ้น
เสี้ยเมิ่งเหยาน่ะเอง
เทียบกับเมื่อหลายวันก่อนแล้ว เสี้ยเมิ่งเหยาในตอนนี้สีหน้าดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แววตาปิดความเหนื่อยล้าไว้ไม่มิด
“ประธานเสี้ย?”
“ประธานเสี้ย?!”
จนเลขาร่างงามในชุดเดรสเรียกอยู่หลายครั้ง เสี้ยเมิ่งเหยาถึงได้สติ หันมาฝืนยิ้มให้พลางว่า: “ทำไมหรอ?”
“ประธานเสี้ย ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?” เลขาสาวมองเสี้ยเมิ่งเหยาอย่างเป็นห่วง เธอพบว่าเสี้ยเมิ่งเหยาในตอนนี้ดูแย่มาก อยู่ในสภาพเหม่อลอยตลอด เมื่อกี้ตอนอยู่ในห้องประชุมพบผู้บริหารระดับสูง เสี้ยเมิ่งเหยาเอาแต่ใจลอยตลอด
“ไม่เป็นไร ฉันสบายดี” เสี้ยเม