ูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นสงบนิ่ง
“พี่เฟิง เราตามไปดูกันหน่อยไหม?”
เฉินเฟิงไม่พูดยังโอเค พอพูดออกมา หลี่เล่อก็คันยิบๆที่ใจ เหมือนมีแมวนับหมื่นมาเกาตรงนั้น
“ได้ ไปดูกันเถอะ” ลังเลอยู่ชั่วครู่ เฉินเฟิงก็พยักหน้า ถึงเขาพึ่งจะห่างจากเสี้ยเมิ่งเหยาได้สองวัน แต่มีคำพูดหนึ่งที่ว่า ไม่เจอวันหนึ่งเหมือนห่างกันสามปี
สองวันนี้สำหรับเฉินเฟิงแล้ว เหมือนสองปีก็ไม่ปาน
พอเสี้ยเมิ่งเหยาเข้าบริษัท ก็ขึ้นไปห้องประชุมที่ชั้นบนสุดทันที
วันนี้มารับตำแหน่งวันแรก ก็เลยต้องพบหน้าผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
พอลิฟท์เปิดออก หลี่เล่อยืนตาค้างหลายวินาที ก่อนยิ้มแห้งๆและกดลิฟท์ปิด สีหน้ายิ้มเจื่อนๆว่า: “พี่เฟิง คนที่คิดเหมือนเรามีเพียบเลย”
เฉินเฟิงพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร ไม่ต้องพูดมาก ตอนนี้ลิฟท์ของบริษัทเต็มแน่นทุกลิฟท์ คนอยากไปดูเสี้ยเมิ่งเหยามากเกินไปแล้ว
“พี่เฟิง ไม่ดูแล้วละกัน พวกเรากลับกันไหม?” หลี่เล่อลองถามดู เพราะยังมีเวลาอีกเยอะ ต่อไปโอกาสที่จะได้เห็นประธานใหม่น่ะยังมีอีกมาก ไม่ต้องรีบไปดูตอนนี้ก็ได้
“ไม่เอา” เฉินเฟิงส่ายหน้า พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น: “ไปขึ้นบันไดกัน”
“หา? ขึ้นบันได? ห้องประชุมน่ะอยู่ชั้นสามสิบหกนะ! ขึ้นบันไดไม่เหนื่อยตายหรอ?” หลี่เล่อเบิกตากว้าง สีหน้าเหลือเชื่อ เฉินเฟิงบ้าไปแล้วหรอ?
เพื่อผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ? ต้องขนาดนี้เลย?
ถึงผู้หญิงคนนั้นจะเป็นประธานใหม่ของบริษัท แ