ษย์เซียวกั่วจง ท่าทีของสือโพ่จุนที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เว้นระยะห่างชัดเจน เฉินเฟิงไม่ชอบระยะห่างนี่เลย
“ส่วนเรื่องระดับขั้นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้…เมื่อสามเดือนก่อนผมก็ได้เป็นแล้ว” หลังจากเงียบอยู่นาน เฉินเฟิงตัดสินใจบอกสือโพ่จุนตามจริง หนึ่งคือสือโพ่จุนควรค่าแก่การเชื่อใจ เฉินเฟิงเชื่อว่า สือโพ่จุนจะไม่มีทางบอกใครง่ายๆเรื่องที่เขาบรรลุปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้แน่
สองคือเจ้าสามหวงตั้งใจจะดึงสือโพ่จุนมาเป็นพวกเขา ถ้าไม่งั้นคงไม่เปิดเผยความลับที่ว่าเขาเป็นลูกศิษย์เซียวกั่วจงไปบอกสือโพ่จุนแน่ ในเมื่อความสัมพันธ์ของเขากับเซียวกั่วจงเปิดเผยแล้ว งั้นเรื่องบรรลุขั้นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องปิดบังอีก
พอได้รับคำยืนยันจากเฉินเฟิง สือโพ่จุนรู้สึกตัวหวิวๆ เหมือนมีลมพัดเข้ามาในสมองเป็นระยะ
ถึงจะเดาได้อยู่แล้ว แต่พอได้ยินเฉินเฟิงเอ่ยยืนยันออกมาจริงๆ เขาก็ไม่กล้าเชื่ออยู่ดีว่า ตอนนี้เฉินเฟิงเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้
ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่อายุยี่สิบหกยี่สิบเจ็ด นี่มันแปลว่าอะไร?
สุดยอดอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ!
สือโพ่จุนพูดได้แค่นี้จริงๆ
มิน่าเฉินเฟิงถึงได้เป็นลูกศิษย์ของเซียวกั่วจง
“ผู้อาวุโสมีผู้สืบทอดต่อแล้ว!” สือโพ่จุนอดอุทานไม่ได้ สามปีก่อนหลังจากเซียวกั่วจงประกาศออกจากยุทธภพ ไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องราวของโลกอีก
เดิมคิดว่า ชื่อเทพสงครามผู้พิทักษ์หวาเซี่ยคงจะได้เหลือเ