นนอกนี่หนึ่งแสนแล้วยังไงล่ะ?”
“ตอนนั้นเสี้ยเว่ยกั๋วก็ให้คุณยืมหนึ่งแสนไม่ใช่หรอ?”
“ยืมหนึ่งแสน คืนหนึ่งแสน มันก็ถูกแล้วไม่ใช่หรอ?”
“หุบปาก!” หวางหงอี้ตวาดเสียงดัง ทำเพิ้งเย้นฟางสะดุ้งเงียบปากทันควัน
“เพิ้งเย้นฟาง บุญคุณเขาไม่ได้คิดกันแบบนี้!”
“ข้อหนึ่ง เหล่าเสี้ยให้ผมยืมหนึ่งแสนนั่น มันยืมเมื่อสิบปีก่อน หนึ่งแสนเมื่อสิบปีก่อนหมายความว่ายังไง คุณน่าจะรู้ดี!”
“ข้อสอง ตอนนั้นถ้าไม่มีหนึ่งแสนของเหล่าเสี้ย ผมไม่มีทางผ่านอุปสรรคทางการค้าครั้งใหญ่นั่นได้ และไม่มีทางมีตระกูลหวางในตอนนี้ด้วย!”
“ดังนั้นไม่ต้องพูดว่าสามแสน ต่อให้เป็นสามล้าน! ผมก็ควรให้เหล่าเสี้ย! มันเป็นสิ่งที่เหล่าเสี้ยควรได้รับ!” หวางหงอี้พูดอย่างมีหลักการ เน้นย้ำทีละคำ คำพูดเขาเหมือนค้อนหนักทุบลงที่กลางใจเธอ ทำเอาใจเธอสั่นเป็นเจ้าเข้า
หวางเต๋อฟากับหวางซือหยวนก้มหน้าต่ำ สีหน้าละอาย หวางหงอี้เล่าเรื่องนี้ให้พวกเขาฟังไม่รู้กี่ครั้ง
สิบกว่าปีก่อน หวางหงอี้ปลดระวางจากกองทัพ และร่วมมือกับเสี้ยเว่ยกั๋วทำการค้าด้วยกัน แต่เพราะไม่มีประสบการณ์อะไร เลยทำการค้าขาดทุนไม่เหลือเลย
ท่ามกลางความเศร้าสร้อยผิดหวัง เสี้ยเว่ยกั๋วกลับชางโจว
แต่หวางหงอี้ยังไม่ยอมแพ้ คิดจะเริ่มต้นใหม่ แต่ตอนนั้นทั้งตัวเขาแม้แต่ร้อยเดียวก็ไม่มี
ดังนั้นเขาเลยทำหน้าด้านขอยืมเงินกับเสี้ยเว่ยกั๋ว เดิมคิดจะยืมซักหมื่นสองหมื่นก็พอ
แต่เสี้ยเว่ยกั๋วใจป้ำ หาทางรวบรวมเงินจน