าก!” เฉินเฟิงตะคอกใส่เพิ้งเย้นฟาง: “เขาพูดอะไร คุณก็เชื่องั้นสิ?”
“แน่นอน! เต๋อฟาของเราเป็นยังไง ฉันเป็นแม่จะไม่รู้ได้ยังไง? เขาว่าง่ายตั้งแต่เด็ก…”
“ลูกชายคุณบอกว่าเขากินขี้ คุณเชื่อไหม?” เฉินเฟิงตัดบทเสียงเย็น
เพิ้งเย้นฟางหน้าแดงก่ำ ชะงักกึก
เฉินเฟิงเบนสายตาไปทางหวางเต๋อฟาอีก: “เงินหนึ่งพันของคุณ สุดท้ายผมก็ไม่ได้รับ หยกชิ้นนั้นผมคืนให้คุณโดยไม่ได้รับเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว”
“ฉัน…” หวางเต๋อฟาอดหวั่นๆไม่ได้ ไม่กล้าสบตาเฉินเฟิงเลย
“ผมคิดว่า คุณจะรู้จักพอและเอาหยกกลับมาบ้าน” เฉินเฟิงมองหวางเต๋อฟาอย่างเย็นชา
“แต่คุณไม่ทำ”
“คุณไม่เพียงไม่รู้จักพอ ยังโลภมาก เอาหยกไปจำนำให้กับบ่อน แถมยังซื้อหยกปลอมกลับมาใส่ร้ายผม!”
น้ำเสียงเฉินเฟิงดุจสายฟ้าฟาดใส่หวางเต๋อฟาเข้าอย่างจัง
ทำหวางเต๋อฟาหน้าซีดฉับพลัน ปากสั่นไม่หยุด
“ฉัน..ฉันเปล่า”
“เปล่า?” เฉินเฟิงยิ้มมุมปาก
“คุณกล้าดูภาพกล้องวงจรปิดของบ่อนเสร็จแล้วพูดกับผมแบบนี้อีกไหม?”
กล้องวงจรปิด?!
หวางเต๋อฟากระตุกวูบ เขาลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง!
ถ้าเฉินเฟิงมีภาพกล้องวงจรปิดจริงๆ งั้นเรื่องที่เขาทำทั้งหมดก็จะถูกเปิดเผย
รวมทั้งเรื่องที่เอาหยกไปพนันที่บ่อนด้วย!
พอเห็นหวางเต๋อฟาเหงื่อแตกซิก เพิ้งเย้นฟางก็หน้าขรึมลงทันที
แม่ต้องรู้จักลูก
สีหน้าท่าทางหวางเต๋อฟาแบบนี้แปลว่าอะไร เธอรู้ดีที่สุด
เขาคงทำอย่างที่เฉินเฟิงบอกจริงๆ ให้เฉินเฟิงแค่หนึ่งพัน แถมยังเอาหยกไปพ