เหว่ยก็เป็นหนึ่งในบุคคลระดับต้นๆของชางโจวในตอนนี้
บวกกับโครงการยู่ฉวนซานรีสอร์ทที่กำลังจะเปิด หลินจงเหว่ยในฐานะตัวแทนตระกูลเฉินก็ยิ่งมีฐานะสูงขึ้น ไม่ใช่อะไรที่ผู้จัดการร้านอาหารหงส์ขาวอย่างเขาจะเทียบได้เลย
“เอากล้องวงจรปิดของพวกคุณออกมา ผมจะดูเหตุการณ์ทั้งหมด” หลินจงเหว่ยใช้น้ำเสียงสั่งการแบบไม่ต้องสงสัย
“กล้องวงจรปิด?” ผู้จัการจางอึ้ง ก่อนทำหน้าลำบากใจ: “คือว่า ประธานหลิน กล้องวงจรปิดของทางร้านเราพึ่งเสียเมื่อหลายวันก่อนเอง”
“เสีย?”
สายตาหลินจงเหว่ยเข้มขึ้นทันที เสียตอนไหนไม่เสีย มาเสียตอนนี้พอดี คิดว่าเขาโง่หรือไง?
“ใช่ครับ เสียแล้ว หลายวันก่อนมีน้ำเข้าไปในกล้อง ตอนนี้ยังซ่อมไม่เสร็จเลย” ผู้จัดการจางพูดหน้าด้านๆ ตอนนี้เขาต้องสกัดกั้นหลินจงเหว่ยไม่ให้ดูกล้องวงจรปิดได้ ถ้าหลินจงเหว่ยเห็นภาพในกล้องก็จะรู้ได้ทันทีว่า เขาเข้าข้างหลินเย่น
ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป ต้องส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงร้านอาหารหงส์ขาวแน่ ผู้จัดการอย่างเขาท่าจะรอดยาก
“คุณบอกว่าเสียก็เสียหรอ? คิดว่าผมโง่มากหรือไง?” หลินจงเหว่ยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ประธานหลิน…” ผู้จัดการจางฝืนยิ้ม พยายามจะอธิบายเพิ่มเติม แต่หลินจงเหว่ยยกมือปัดเป็นการตัดบท: “ผมให้โอกาสคุณอีกครั้ง ตอนนี้รีบไปเอาภาพกล้องวงจรปิดมาให้ผมดู! ไม่งั้นเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่!”
คำพูดนี้ของหลินจงเหว่ยแฝงการข่มขู่กลายๆ แต่ผู้จัดการจางกลับทำท่าไม่ยี่หระออกมา: “ประธานหลิน