สียงเรียบ ท่าทางเหมือนไม่แยแสอะไรหลินเย่นนัก
“ขึ้นรถอะไร! แกลงมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“จ่ายแปดแสนที่ค้างฉันมาเลย!”
หลินเย่นสองตาเบิกกว้าง เดินมายืนหน้ารถเฉินเฟิงและทุบกระจกรถอย่างแรง
“ไม่มีเงิน” เฉินเฟิงตอบกลับอย่างไว ดูจากการกระทำของหลินเย่นแล้ว อย่าว่าแต่ชดใช้เงินแปดแสนเลย ต่อให้แค่แปดสิบเขาก็ไม่จ่าย
“ไม่มีเงิน?!”
หลินเย่นเบิกตากว้าง โกรธแทบกระอักเลือด
“แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! แกเชื่อไหมว่าฉันให้หลินหลันไล่แกออกได้!”
เฉินเฟิงยิ้มไม่ยี่หระ หลินเย่นเห็นเขาเป็นคนขับรถหลินหลันไปแล้ว ไม่งั้นคงไม่พูดอะไรไร้สาระแบบนี้ออกมา
สีหน้ายิ้มละไมไม่ยี่หระของเฉินเฟิงทำให้หลินเย่นโกรธหนักขึ้น เธอหยิบมือถือออกมาโทรหาหลินหลันทันที
“หลินหลัน! เธอรู้ไหมว่าคนขับรถเธอทำอะไร!”
พอโทรติด หลินเย่นก็แหวใส่ก่อนเลย
“คนขับรถของฉัน?” หลินหลันทำหน้างง ก่อนจะนึกได้ว่า คนขับรถที่หลินเย่นพูดหมายถึงใคร
“พี่เย่น คนที่ไปรับพี่ไม่ใช่คนขับรถของฉัน เขาคือเฉินเฟิง ลูกเขยที่ไม่ได้เรื่องของฉันเอง” หลินหลันพูดอย่างระมัดระวัง ในใจก็ด่าเฉินเฟิงไปอีกยก เธอกำชับหนักหนาให้เขามีมารยาทกับหลินเย่นหน่อย สุดท้ายพึ่งไปก็ทำหลินเย่นโกรธแล้ว
“ลูกเขยเธอ?!”
หลินเย่นแทบหลุดหัวเราะ เสียเวลาตั้งนาน สุดท้ายเจ้าโสโครกนี่เป็นลูกเขยที่แต่งเข้าบ้านเสี้ยคนนั้นเอง
สำหรับเฉินเฟิง หลินเย่นรู้จักดี สามปีมานี้ หลินหลันด่าให้กรุ๊ปเพื่อนฟังเยอะที่สุดก็คือลูกเขยคนนี้