ังต้องยิ้มทักทาย หากหลินตงไม่ขอโทษ กระตุ้นเฉินเฟิงให้โกรธ งั้นเขาก็คงจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นของวันถัดไปแล้ว
ถึงขั้นกับแม้แต่ตระกูลหลิน ก็ต้องโดนลากเข้ามาพัวพันด้วย
“คิดไม่ถึงว่าลุงสามจะให้หลินตงคุกเข่าลงขอโทษ?!”
“ชายหนุ่มคนนี้เบื้องหลังของเขาเป็นอะไรกันแน่!”
ภายในห้องโถง เสียงของผู้คนในงานที่ถกเถียงกันอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น
หลินตงจับหน้าไว้ อับอายอย่างมากจนไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว
“ไม่คุกเข่า!” หลินตงกัดฟันพูด ถ้ามีเพียงเฉินเฟิงแค่คนเดียว เขาให้คุกเข่าก็คุกลงไปแล้ว แต่ข้างกายของเฉินเฟิง ยังมีศัตรูหัวใจตัวฉกาจอย่างเขาอยู่ จูกว่างฉวน
ให้เขาคุกเข่าต่อหน้าศัตรูหัวใจตัวฉกาจคนนั้น เขาก็คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“นายว่าอะไรน่ะ?!” หลินจ้าวจงสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที
“ผมบอกว่าไม่คุกเข่า!” สายตาของหลินตงมองตรงไปยังหลินจ้าวจง อย่างไม่ยอมที่จะทำตามแม้แต่น้อย แม้ว่าจะเห็นได้ชัดเจนว่าเบื้องหลังของเฉินเฟิงยิ่งใหญ่มากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เชื่อ เฉินเฟิงจะทำอะไรกับเขาได้จริงๆ อย่างมากก็แค่ หลังจากวันนี้ไป เขาก็จะพาเน่เชี่ยนออกไปจากเมืองชางโจว
ท้องฟ้าและผืนดินอันกว้างใหญ่ จะมีที่ไหนที่เขาไปไม่ได้?
“นาย….” หลินจ้าวจง โกรธจนยั้งอารมณ์ไม่อยู่ ยกมือขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เตรียมพร้อมจะตบหลินตงฉาดหนึ่ง
“ช่างมันเถอะ”
ตอนนี้ เฉินเฟิง ออกเสียงอย่างแผ่วๆ “หลินตง ในเมื่อหลานก็ไม่อยากคุกเข่า งั้นก็ไม่ต้องคุกเข่าแล้