ก็คือช่วงเวลาที่เจ้าต้องตกสู่นิกายมารสิบปีเต็ม”
“สิบปีนี้ หากเจ้าได้รับความอัปยศอดสูจนถึงที่สุด ริมฝีปากแดงหนึ่งคู่ให้คนนับหมื่นได้ลิ้มลอง ทว่าจิตใจมรรคผลยังคงแน่วแน่ ปณิธานมิได้คลอนแคลน เคราะห์ภัยนี้ก็จะนับว่าผ่านพ้นไปได้”
“น่าเสียดาย…เจ้ากลับยังคงเป็นพรหมจรรย์!”
“เมื่อยังเป็นพรหมจรรย์ ไม่ถูกเหยียบย่ำ เคราะห์นี้ย่อมไม่ถูกบรรเทาลงแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังอาจทวีรุนแรงขึ้นอีก!”
เอ่ยถึงตรงนี้ อวิ๋นเมี่ยวเจินก็หันมองลวี่หยาง แววตาสาดประกายสังหาร “เจ้ามารผู้นี้ทำลายหนทางบำเพ็ญของเจ้า ภายนอกดูเหมือนใฝ่ธรรมะ แท้จริงกลับซ่อนเร้นใจอันชั่วร้าย สมควรถูกสังหารเสีย!”
ลวี่หยางถึงกับตะลึงงัน
แต่อวิ๋นเมี่ยวชิงกลับไม่อาจรับได้เลย ริมฝีปากสั่นระริก “เช่นนั้นแล้ว ในปีนั้นที่ข้าต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของนิกายมาร ตกต่ำเป็นเตาหลอมของนิกายมาร…..”
“ย่อมเป็นแผนการของข้าเอง”
อวิ๋นเมี่ยวเจินพยักหน้า “หากไม่ทำเช่นนี้ เจ้าชาตินี้ก็ไร้หวังบรรลุขั้นวางรากฐาน เจ้าเป็นน้องสาวร่วมสายเลือดข้า ข้าย่อมต้องคิดเผื่อเจ้า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเจ้าทั้งนั้น”
สิ้นคำ ลวี่หยางก็ถึงกับพูดไม่ออก
มารดามันเถิด ฝ่ายธรรมะกลับมีหญิงวิปลาส!
หากก่อนหน้านี้เขายังเคยนับถือนิกายกระบี่หยกสวรรค์ ผู้เป็นถึงผู้นำฝ่ายธรรมะที่เลื่องชื่อไปทั่ว บัดนี้ก็หมดสิ้นทุกความคิดใฝ่ฝันลงแล้ว
ยังคงอยู่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์ดีกว่า ศิษย์ที่นี่ทุกคนล้วนเป็นผู้มีความสามารถ