นไม่รู้จักคิดอย่างนี้
ใบหน้าของเสี้ยหยุนเสิ้งเต็มไปด้วยความท้อแท้ใจ ราวกับว่าได้แก่ไปสิบปีขึ้นมาทันทีเสียยังไงอย่างนั้น
เฉินเฟิงยืนมองสถานการณ์อยู่อย่างเงียบๆ ความจริงเขาได้คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าตระกูลเสี้ยจะต้องเดินมาถึงจุดนี้
เสี้ยหยุนเสิ้งนั้นให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาวจนเกินไป มักจะคิดว่ามีเพียงเสี้ยห้าวเท่านั้นที่จะสามารถสืบทอดตระกูลเสี้ยเอาไว้ได้ ส่วนเสี้ยเมิ่งเหยาที่ความสามารถและคุณสมบัติโดดเด่นกว่าเสี้ยห้าวเป็นร้อยเป็นพันเท่า กลับถูกเขาละเลยไปโดยอัตโนมัติ ถึงขนาดที่ยังจงใจกดขี่เธอ
แค่คิดก็รู้ได้เลยว่าเสี้ยห้าวที่โง่งมคิดอะไรตื้นๆนั้น จะนำตระกูลเสี้ยไปสู่สถานการณ์ที่เหมือนตกนรกทั้งเป็นอย่างนี้
“คุณปู่ คุณปู่ก็อย่าโกรธไปเลย” ในตอนนี้ เสี้ยจื่อหลันที่หลบอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นมาตลอดได้เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะ
เสี้ยหยุนเสิ้งกำไม้เท้าในมือ หลับตาลง แต่ไม่ได้ให้ความสนใจต่อเสี้ยจื่อหลัน
เสี้ยจื่อหลันเองก็ไม่ได้มีท่าทีเจื่อนออกมา หลังจากที่มองไปทางเสี้ยเมิ่งเหยาแล้วนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกไป “คุณปู่ ความจริงโครงการพวกนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเอากลับมาไม่ได้นี่คะ”
“แกมีวิธี?” เสี้ยหยุนเสิ้งลืมตาออกมา เอ่ยถามเสียงนิ่งขรึมออกไป
เสี้ยจื่อหลันรีบส่ายหน้าออกมาทันที จากนั้นก็เอ่ยออกไปว่า “ฉันไม่มี แต่…”พูดถึงตรงนี้แล้ว เสี้ยจื่อหลันมองไปทางเสี้ยเมิ่งเหยาอีกครั้ง พร้อมทั้งเอ่ยออกไปว่า “ฉ