กติก็เห็นว่าเธอดูซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาอยู่นะ”
“ซื่อสัตย์? ทั้งหมดนั้นมันเป็นแค่การแสดงให้ทุกคนเห็นเท่านั้นแหละ!”
“ประธานเสี้ยเองก็ไร้สมองเกินไปมั้ย ยักยอกเงินคุณก็ยักยอกไปสิ แต่ยังจะมาทำใฝ่สูง ซื้อรถหรูยี่สิบกว่าล้านให้กับเศษสวะไร้ประโยชน์ผู้นี้อีก พอซื้อเสร็จก็หมดตัวแล้วล่ะมั้ง”
กลุ่มคนพวกนั้นต่างคนต่างพูดกันออกมาหลากหลายความคิด แทบจะคิดตัดสินปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้นเรื่องนี้กันอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะกันเลยทีเดียว
แววตาของเฉินเฟิงทะมึนออกมาเล็กน้อย เขายังไม่คิดบัญชีกับเสี้ยห้าวที่ขายโปรเจคยู่ฉวนซานในราคาถูกอย่างนั้นเลย แต่เสี้ยห้าวกลับมาสร้างเรื่องใส่ร้ายกันก่อนเสียได้ ใส่ร้ายเสี้ยเมิ่งเหยาอย่างไม่ละอายใจอย่างนี้ ทำเป็นว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ด้วยล่ะมั้ง?
“เสี้ยเมิ่งเหยา ทางที่ดีเธอรีบสารภาพมาเสียเถอะ ว่าตกลงเธอยักยอกเงินของบริษัทไปเท่าไหร่ ถ้ารอให้ถึงวันที่หยุนน่าสืบหาออกมาได้ แล้วมาสารภาพทีหลัง มันคงจะสายไปแล้ว” เสี้ยห้าวเอ่ยข่มขู่ออกมาอย่างเย็นชา เขาหมายมั่นแล้วว่าไม่ว่าเสี้ยเมิ่งเหยาจะยักยอกเงินหรือไม่อย่างไร เขาก็สามารถติดสินบนฝ่ายการเงิน เพื่อให้ฝ่ายการเงินปลอมแปลงบัญชีการยักยอกเงินของเสี้ยเมิ่งเหยาออกมาได้
“เสี้ยห้าว ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ฉันไม่เคยยักยอกเงินการผลิตของบริษัทไปเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว! ถ้านายอยากจะสืบหาก็หาไป!” เสี้ยเมิ่งเหยากัดฟันแน่นแล้วเอ่ยออกไป หลังจากเอ่ย