้อคฤหาสน์ที่นี่ไว้แล้ว ยามพวกนี้รู้จักผม” เฉินเฟิงถอนหายใจยาว ทำไมตาลุงนี่ไม่ยอมเชื่อเขาสักทีนะ
“พ่อหนุ่ม นี่มันเวลาอะไรแล้ว อย่ามามัวล้อเล่นอยู่เลย เธอรู้ไหมว่าตารางเมตรที่นี่ตารางเมตรละเท่าไหร่หะ?”
“ห้าแสน! ต่อให้เราขายตัวเอง ยังขายได้ไม่เยอะขนาดนี้เลย” ลุงคนขับรถแค่นเสียงเยาะ ถ้าไม่เห็นแก่ที่เฉินเฟิงให้เขาเพิ่มมาห้าร้อยนะ เขายังอยากด่าเฉินเฟิงเลย
“ลุง เอางี้นะ ลุงขับเข้าไป ถ้ายามพวกนี้กล้าขวางลุง ผมจะให้เพิ่มอีกห้าร้อย” เฉินเฟิงหัวเราะพลางบอก คำเดิมอีกนั่นแหละ มีเงินทำได้ทุกอย่าง วันนี้เขาจะให้ตาลุงคนขับรถนี่ขับรถแท็กซี่เข้าไปในคฤหาสน์ให้ได้
“จริงหรอ?” ลุงเริ่มหวั่นไหวอีก
เจ้าโง่อย่างเฉินเฟิงนี่ ปีหนึ่งเขาได้เจอแค่ไม่กี่ครั้ง วันนี้อุตส่าห์เจอแล้ว ต้องล่อเอาเงินซักยกล่ะ
“จริง” เฉินเฟิงยิ้มบางบอก
“โอเค ไป” ลุงคนขับรถกัดฟัน ทำใจสู้ พวกยามมีอะไรน่ากลัวกัน อย่างมากก็แค่โดนซ้อมซักรอบ ต่อให้โดน ก็เฉินเฟิงโดนก่อน เขาจะกลัวอะไร
จากนั้น ลุงเหยียบคันเร่งพุ่งไปที่ประตูใหญ่เขตคฤหาสน์อย่างเร็ว
เป็นอย่างที่คิด พวกยามทำทีราวข้าศึกบุก คว้าตะบองที่เอวยกขึ้นสูง ปราดเข้ามาตะโกนให้หยุดรถ
ลุงคนขับแตะเบรกอย่างเร็ว รถแท็กซี่จอดลงในที่สุด
ยามหลายคนสีหน้าไม่ดีนักปราดเข้ามา ตั้งแต่เขตคฤหาสน์ยู่ฉวนซานสร้างเสร็จจนตอนนี้ ยังไม่มีรถแท็กซี่คันไหนกล้าขับขึ้นมาเลย
กระจกรถถูกลดลง ยามหัวหน้าตะคอกเสียงเย็นว่า: “ใค