เสี้ยเมิ่งเหยามากที่สุด ทว่าก็เป็นจุดอ่อนที่คอยทำให้เธอต้องเสี่ยงชีวิต
“ฮ่าๆๆ! เสี้ยเมิ่งเหยา! อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย! กูไม่ต้องการให้การช่วยขอร้องจากมึง มึงกับกูต้องตายไปพร้อมๆ กัน! ” ตู้จื่อเยว่เหมือนจิตวิปลาสที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นเธอก็ได้เอาปืนยาวที่อยู่ข้างศพของพี่ชายขึ้น แล้วเล็งไปที่เสี้ยเมิ่งเหยา
ทว่ายังไม่ทันได้ขยับไกปืน ตู้จื่อเยว่กลับเหมือนดั่งว่าวที่ขาดจากสาย จากนั้นก็ล่องลอยไปที่ไกลๆ คนยังไม่ทันได้ล้มลงบนพื้น กลับมีเปิดพุ่งกระฉูดออกมาจากปาก
หยางไท่จึงออกเป็นคนลงมืออย่างเลือดเย็น เขาก็เป็นจอมยุทธ์ที่มีฝีมือคนหนึ่ง การที่ต้องจัดการกับคนธรรมดาๆ อย่างตู้จื่อเยว่ ยังไงก็ไม่ต้องใจจดใจจ่ออยู่แล้ว ถ้าเขาใช้แรงทั้งหมดตรงฝ่ายมือ พับไตไส้พุงของตู้จื่อเยว่เกรงว่าคงจะเลอะ และคิดว่าคงไม่สามารถมีชีวิตรอดอีกต่อไป
เฉินเฟิงเม้มปาก แล้วไม่ได้เอ่ยพูด ทว่าในใจกลับรู้ว่า หยางไท่กำลังจะซื้อใจเขา เพราะว่าเสี้ยเมิ่งเหยาพูดออกมา เขาก็ไม่สามารถลงไม้ลงมือกับตู้จื่อเยว่ ทว่าหยางไท่กลับสามารถทำได้
เสี้ยเมิ่งเหยาจึงมองตู้จื่อเยว่ที่ล้มลงบนพื้น แล้วไม่ได้พูดอะไรออกใดๆ ออกมา ต่อให้ตาย ใบหน้าของตู้จื่อเยว่ยังคงเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ทำไมเธอต้องเกลียดตัวเองขนาดนี้ด้วย?
“ผมส่งคุณไปโรงพยาบาลนะ” เฉินเฟิงถอนหายใจแล้วพูดขึ้น เรื่องนี้ต้องกลายเป็นเรื่องที่ฝังใจของเสี้ยเมิ่งเหยาแน่นอน กลับไปก็คงต้องเผช