เงินกันหมด
และมีความน่าจะเป็นมากว่า เขาต้องจ่ายเงินทั้งหมดเพียงคนเดียว เพราะหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น คงมีเพียงเขาที่สามารถช่วยได้
เมื่อคิดถึงตอนนี้ สวีตงเหลียงรีบกระแอมขึ้น พูดเตือน : “ทุกคนสั่งอาหารพอดีๆก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องสั่งเยอะ ถึงตอนจ่ายเงิน ถ้าใครบางคนแถวนี้จ่ายไม่ไหว บิลนี้ ฉันก็ต้องเป็นคนจ่ายอยู่ดี”
คำพูดของสวีตงเหลียงเห็นผลได้อย่างชัดเจน พวกคนที่กำลังคิดจะแกล้งเฉินเฟิง ต่างพากันหยุดสั่งอาหารทันที พวกเขาไม่ได้โง่ ถ้าเฉินเฟิงไม่มีเงินพอจ่ายจริงๆ หากเขาเป็นคนจนที่กำลังแสดงละคร งั้นอาหารที่พวกเขาสั่งไปสี่ห้าหมื่นต่อคน ก็คงกลับมาทำร้ายตัวเอง ไม่ต้องพูดถึงสวีตงเหลียง แม้ว่าเขารวยมาก แต่คงไม่สามารถจ่ายเงินแทนพวกถึงสองสามล้านบาทได้
เมื่อเห็นพวกเขาเริ่มแผ่วลง เฉินเฟิงยิ้มอย่างมีเลศนัย สั่งอาหารกันล้านกว่า ก็ทำให้พวกนายกลัวขนาดนี้แล้ว? เดิมทีเขาคิดว่า คนพวกนี้จะสั่งอาหารกันสามสี่ล้าน แต่คิดไม่ถึงว่า จะสั่งแค่หนึ่งล้านกว่าบาท ก็กลัวกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว
เดิมทีคิดอยากจะให้พวกเขาได้กินอาหารดีๆ แต่พวกเขาไม่เจียมตัว ก็อย่ามาโทษฉันแล้วกัน เฉินเฟิงคิดในใจ เขาอยากจะเลี้ยงข้าวพวกเขาจริงๆ ไม่ได้ล้อเล่นกับหลี่เสว่แม้แต่น้อย
ไม่นานนัก บริกรก็นำอาหารมาเสิร์ฟ แต่สวีตงเหลียงกลับนั่งสังเกตสีหน้าของเฉินเฟิงอยู่ตลอด ถ้าเฉินเฟิงแสดงท่าทีขี้ขลาดออกมาเมื่อไหร่ เขาก็สามารถมั่นใจได้เลยว่า เฉินเฟิงกำลังแสดงล