เธอจะทำอะไร?” เฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ถ้านายเลี้ยงทุกคนได้จริง ฉันก็จะคุกเข่าต่อหน้านาย และเรียกนายว่าพ่อ” หลี่เสว่พลั้งพูดออกไป หล่อนไม่เชื่อว่า เฉินเฟิงจะมีเงินมากขนาดนั้นจริงๆ!
“แน่ใจ?” เฉินเฟิงยิ้มกรุ้มกริ่ม
“แน่ใจมาก!” หลี่เสว่พูดเสียงสูง เสื้อผ้าที่เฉินเฟิงใส่เป็นยังไง หล่อนเก็บรายละเอียดไว้หมดแล้ว อย่างมากคงไม่เกินสามร้อยหยวน คนแบบนี้ จะมีเงินหลักแสนมาเลี้ยงข้าวคนอื่น? ล้อเล่นอะไรกัน!
“โอเค หวังว่าเธอจะจำคำพูดของตัวเองไว้นะ เดี๋ยวทุกคนกินข้าวเสร็จแล้ว ฉันเป็นคนจ่ายเอง” เฉินเฟิงพูดด้วยสีหน้านิ่งขรึม
หลี่เสว่ตกใจตะลึง ไอ้หมอนี่เอาจริงเหรอ? เขาคงไม่ไปหาเงินหลักแสนมาหลอกกันหรอกนะ
“นายไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม พวกเรามากันเยอะขนาดนี้ ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำคงจะสี่ห้าแสน นายจ่ายไหวเหรอ?” หลี่เสว่เริ่มสงสัย หล่อนคิดว่าตอนนี้เฉินเฟิงคงทำเพื่อไม่ให้ตัวเองขายหน้า จึงพูดเช่นนี้ พอถึงตอนเช็คบิล เขาต้องหาข้ออ้างหนีไปที่อื่นแน่นอน
“รอให้ทุกคนกินข้าวเสร็จ เธอก็จะรู้เองว่าฉันมีปัญญาจ่ายรึเปล่า” เฉินเฟิงยังคงสงวนท่าทีนิ่งขรึมไว้
“ถ้าเรายังกินข้าวกันไม่เสร็จ แล้วนายหนีไปก่อนจะทำยังไง?” หลี่เสว่ยังคงไม่เชื่อว่าเฉินเฟิงจะมีปัญญาจ่ายจริงๆ
เฉินเฟิงส่ายหน้า หัวเราะ: “ภรรยาของฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะหนีไปไหนได้”
ตอนนี้ถึงคราหลี่เสว่กระวนกระวายใจบ้างแล้ว หล่อนรู้สึกว่าเฉินเฟิงพูดด้วยความมั่นใจ จากนั้นหลี่เส