่าสองสามวันมานี้ไป๋กว่างยี่ก็ได้พาคนมากฝีมือให้คอยติดตามอยู่ตลอดเวลา และสามารถต่อสู้กับเฉินเฟิงและอาเหา
บ้านตระกูลหลิ่ว……
“อาเหา ไปบ้านตระกูลหลิ่ว” เฉินเฟิงพึมพำด้วยเสียงเรียบเฉย แล้วก็ไม่รู้สึกว่าไป๋ฝูกำลังโกหก
เฉินเฟิงพึ่งจะนั่งลงไป๋ฝูก็เอามือถือขึ้นแล้ว จากนั้นก็โทรหาไป๋กว่างยี่
“คุณผู้ชาย ไม่ดีแล้ว คนพวกชางโจวมาแล้ว”
เวลานี้ไป๋กว่างยี่กำลังนั่งอยู่ตรงห้องรับแขกของตระกูลหลิ่ว และกำลังพูดคุยกับคนที่บ้านของตระกูลหลิ่ว ได้ยินเสียงของไป๋ฝูที่กระวนกระวายดังขึ้นจากมือถือ ไป๋กว่างยี่ก็พึมพำขึ้นอย่างไม่พอใจเล็กน้อย “มันมาก็ให้มันมาสิ จะกลัวไปทำไม!”
“คุณชาย คนพวกนั้นเกือบจะบุกรุกเข้าไปในบ้านตระกูลไป๋อีกด้วย” ไป๋ฝูเหมือนกำลังจะร้องไห้
“อะไรนะ?!” ไป๋กว่างยี่ทำสีหน้าที่เปลี่ยนไป แรงกายของบอดี้การ์ดที่บ้าน เขาจะไม่รู้ดีได้ยังไง กลับทำให้คนก็กำลังจะบุกรุกเขาไป “พวกเขามากันกี่คน?”
“สอง……สองคนครับ!” ไป๋ฝูพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน
“สองคนนี้?! สองคนนี้เกือบจะเดินเข้าไปในบ้านตระกูลไป๋ พวกมันก็แค่พวกคนต่ำต้อยเท่านั้น!” ไป๋กว่างยี่ก่นด่าขึ้นอย่างเคร่งเครียด ตอนนี้พวกเขาไปไหน?”
“คุณชาย ตอนนี้พวกเขาไปไหนแล้ว?”
“คุณชายครับ ตอนนี้พวกเขากำลังหาคุณอยู่เหมือนกัน”
“ดี! ดีมาก! ไหนๆ ก็ยังกล้ามาหาเรา!” “ไป๋กว่างยี่ก็ต้องกัดฟันยิ้มอย่างเย็นชา ไอ้บ้านนอกสองคนนี้ดี ยังเห็นเมืองหลวงอย่างจินหลิงที่ใหญ่ขนาดนี้ให้เป็นเ