อดทั้งสองเธอไม่สามารถไฟนั่งอยู่อย่างสบายใจได้ แม้กระทั่งหัวยังไม่กล้าเงย
“ลุง ลุงไปจินหลิงทำอะไร? ” เฉินเฟิงเหลือบตามองกระเป๋าผ้าสีดำของตัวเอง ทันใดนั้นชาวนาแก่ชราจึงได้คิดจะป้องกันตัวเอง แล้วก็ได้กอดกระเป๋าผ้าสีดำนั้นไว้แน่นๆ จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ระมัดระวังตัว
เฉินเฟิงยิ้ม แล้วไม่ได้ไปสนใจนัยน์ตาที่หวาดระแวงของชาวนาแก่ชรา หลังจากที่ชาวนาแก่ชราขึ้นรถไฟปุ๊บ เขาก็มองออก ในกระเป๋าสีดำของชาวนาแก่ชรามีเงินอย่างน้อยห้าหกหมื่น และสำหรับเงินห้าหกสิบหมื่น สำหรับเฉินเฟิงแล้วไม่ถือว่าเยอะ ทว่าสำหรับชาวนาแก่ชราแล้ว กลับเป็นเงินสะสมตลอดชีวิตของเขา
สำหรับการป้องกันตัวเหมือนป้องกันโจรที่ร้ายแรงของชาวนาแก่ชรา ตั้งแต่ขึ้นรถไฟมา ก็ได้กอดกระเป๋าสีดำของเขาไว้แน่นๆ แต่เฉินเฟิงกล้ารับประกันว่า โจรพวกนั้นต้องมีวิธีการขโมยที่ฉลาดหลักแหลมกว่าอย่างแน่นอน
ความดีงามสูงขึ้น 1 ฟุต แต่ความชั่วร้ายสูงขึ้น 10 ฟุต
ถ้าชาวนาแก่ชรายืนอยู่ท่ามกลางผู้คน มากสุดก็แค่สิบนาที เงินในกระเป๋าของเขาก็จะกลายเป็นกระดาษหนึ่งกองทั้งหมด
เกรงว่าถึงโรงพยาบาล เขาก็คงจะสังเกตเห็นว่าเงินของตัวเองหายไปหมด
ให้ชาวนาแก่ชรานั่งอยู่ข้างๆ ตัวเอง ก็ถือว่าเป็นการปกป้องเขา เฉินเฟิงไม่เชื่อว่ายังมีโจรโง่ที่กล้าดีขโมยของภายใต้สายตาที่จับจ้องอยู่ของเขา
ตอนที่รถไฟใกล้ถึงสถานี มันก็ค่อยๆ ขับช้าลง
เวลานี้ มือถือของจวงเห่าหยินดังขึ้น
“พี่จวง พว