ียงเบา แต่ตอนที่จะไปนั้น กลับหันไปมองเฉินเฟิงอย่างลึกซึ้ง เหมือนเธอจะเห็นอะไรบางอย่างจากหน้าของเฉินเฟิง
แน่นอนว่าเฉินเฟิงต้องทำหน้านิ่งไม่แสดงท่าทีอะไร
เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินออกไป กู้ตงเชินเช็ดเหงื่อที่เย็นเฉียบบนหน้าผากของเขา และในที่สุดเขาก็โล่งใจแล้ว
“คุณชายเฉิน……”กู้ตงเชินคลายยิ้มแห้งๆ นี่เป็นครั้งที่สามที่เขาได้เจอกับเฉินเฟิง ทุกครั้งที่เจอกับเฉินเฟิง หัวใจของเขาก็จะเต้นแรงแรง และแน่นอน ว่าเป็นเพราะตกใจ
“เรื่องนี้ทำได้ไม่เลว ฉันติดหนี้บุญคุณนายหนึ่งครั้ง” เฉินเฟิงคลายยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้น
“คุณชายเฉิน คุณพูดเกินไปแล้ว ไม่กล้าพูดว่าเป็นหนี้บุญคุณหรอกครับ การที่สามารถช่วยคุณได้ ถือเป็นวาสนาของผม” กู้ตงเชินเลิกคิ้วพร้อมกับยิ้ม ถึงแม้เขาจะไม่รู้ ว่าเฉินเฟิงเป็นใครกันแน่ แต่คนที่สามารถทำให้หานหลงยินดีไปเป็นหมารับใช้นั้น ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เฉินเฟิงส่ายหน้าไปมา แล้วพูดขึ้น:“วันข้างหน้าพบเจอกับเรื่องอะไรสามารถโทรหาฉันได้”
“ครับ คุณชายเฉิน” กู้ตงเชินรีบพยักหน้า แล้วเงยหน้าขึ้น เฉินเฟิงเดินออกไปแล้ว
หลังจากที่ส่งสวีเฟยหรงไปโรงพยาบาลแล้วนั้น เสี้ยเมิ่งเหยายืนยันที่จะอยู่ดูแล เฉินเฟิงจึงทำได้เพียงกลับบ้านคนเดียว
ภายในห้องพักผู้ป่วย สวีเฟยหรงถอนหายใจ มองไปที่เสี้ยเมิ่งเหยา อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น:“เมิ่งเหยา แกรู้จักเฉินเฟิงจริงๆหรอ?”
“อ๊า? ทำไมแกถามแบบนี้ล่ะ?” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดด้วยความแปล