มาแต่กลับยืนอยู่ข้างๆมองการแสดงนี้ต่อไป เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังยืมมือเขาจัดการชายหนุ่มผู้นี้
“เฟยหรง ไอ้คนนี้เป็นใคร?!” ชายหนุ่มที่หล่อเหลาลุกขึ้นอย่างโซเซจากพื้นและเดินไปหาสวีเฟยหรงเขาถามอย่างโกรธๆ
“เขาเป็นเพื่อนของฉัน” สวีเฟยหรงกล่าวอย่างไม่แยแส
“เพื่อนเหรอ?!” ชายหนุ่มสุดหล่อกัดฟันแน่น “เพื่อนบ้าบออะไร จะมาอยู่บ้านคุณเกือบทั้งคืน”
“เสิ่นจุนเหวิน คุณจะสื่อว่าอะไร?” การแสดงออกของสวีเฟยหรงนั้นเย็นชามากขึ้น
“หมายความว่าไงงั้นเหรอ?!” เสิ่นจุนเหวินพ่นน้ำลายที่เป็นเลือดและคำราม “สวีเฟยหรง เห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง?”
“เสิ่นจุนเหวิน โปรดระวังคำพูดของคุณด้วย ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณดังนั้นใครก็ตามที่ฉันอยู่ด้วยก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับคุณเลย” สวีเฟยหรงขมวดคิ้วแน่น
ภายในใจของเฉินเฟิง หัวเราะเยาะ คำพูดของสวีเฟยหรงนั้นคลุมเครือมาก เห็นได้ชัดว่าพยายามทำให้เสิ่นจุนเหวินคิดไปไกล
แน่นอนว่าเป็นไปตามที่ เฉินเฟิงคาดไว้ ทันทีที่สวีเฟยหรงกล่าวจบลง สีหน้าของเสิ่นจุนเหวินนั้นแดงก่ำดั่งเลือด
“สวีเฟยหรง ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณ!” เสิ่นจุนเหวินคำราม
“คู่หมั้น?” สวีเฟยหรงพูดอย่างเย็นชา “ฉันไม่เคยยอมรับเลย”
“พ่อแม่ของคุณตอบรับแล้ว!” เสิ่นจุนเหวินแทบจะกระอักเลือดออกมาจากปากเขา เขาและสวีเฟยหรงเป็นคู่รักในวัยเด็ก นานมาแล้วที่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายจัดการจับคู่ให้พวกเขาแต่เด็ก เขารอ สวีเฟยหรงมานานกว่าสิบปี คิดว่าเมื่อ สวี