ม่ของเมิ่งเหยา” เฉินเฟิงกล่าว
“แต่ฉันหวังว่าคุณจะจำได้ว่าฉันเป็นลูกเขยของตระกูลเสี้ย และฉันก็ไม่ใช่หมา!” สีหน้าของเฉินเฟิงนั้นเย็นชา “เรื่องบางเรื่องก็อย่าให้มันมากเกินไป!”
“แก แก..กล้าขู่ฉันเหรอ?!” หลินหลันโกรธเคือง
“ไม่ได้ขู่แต่แค่แนะนำ” เฉินเฟิงนั้นท่าทางสงบ
“ดี! ดี! คำแนะนำ!” หลินหลันกล่าวคำเหล่านี้จากการกัดฟัน จากนั้นเธอก็มองไปที่เฉินเฟิงและตะโกน “ถ้าเช่นนั้นวันนี้ฉันก็จะให้คำแนะนำแกหมือนกัน ตอนนี้ ในตอนนี้ ฉันไล่แกออกจากตระกูลเสี้ย!”
“โอเค”
เฉินเฟิงนั้นตอบอย่างตรงไปตรงมา หลังจากพูดจบเขาก็ผลักประตูและจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
“แม่ ทำไมคุณทำไมแบบนี้ได้อย่างไร!” ใบหน้าสวยของเสี้ยเมิ่งเหยาเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
“ฉันทำไม? ฉันไม่ได้ทำเพื่อแกอยู่หรอกหรือไง ไอ้ขยะแบบนั้นไปได้ก็ดีแล้ว แม่จะหาคนดีๆให้แก ดีกว่าเขาสิบเท่าร้อยเท่า” หลินหลันคิดว่าสิ่งที่ตนพูดนั้นถูก เนื่องจากเสี้ยเมิ่งเหยากลายเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ยู่ฉวนซาน มีผู้ชายที่เพอร์เฟคจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาหาเธอ ความพยายามของพวกเขาชัดเจน ตราบใดที่หลินหลันหาวิธีไล่เฉินเฟิงออกจากตระกูลเสี้ยได้ พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะสามารถครอบครองเสี้ยเมิ่งเหยาได้
“แม่ คุณทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงจริงๆ” เสี้ยเมิ่งเหยาเช็ดน้ำตาของเธอและพูดอย่างเย็นชา
“แกบอกว่าฉันน่าขยะแขยง?!” ทันใดนั้นหลินหลันก็ระเบิดอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “แกยังมีจิตสำนึกหรือเปล่า ฉันทำงานหนักหนา