ยผ่านสมองออกมา
“ค่ะค่ะค่ะ ไม่พูดแล้ว ดูสิลักษณะสะใภ้เล็กของแกแบบนั้น”สวีเฟยหรงยิ้ม ฮิฮิ อีก แล้วกลับไปเป็นปกติ
“ได้ยินว่าตอนนี้แกเป็นผู้รับผิดชอบโครงการยู่ฉวนซานแล้ว ยินดีด้วยนะ นึกไม่ถึงว่าออกจากฉัน แกก็เก่งขนาดนี้แล้ว”สวีเฟยหรงพูด
“ไม่ใช่ฉันเก่ง เป็นเฉินเฟิงเก่ง คือเขาที่ช่วยฉัน” เสี้ยเมิ่งเหยามุมปากงอขึ้นพูด
“ เฉินเฟิงหรือ? เมิ่งเหยาแกอย่าล้อเล่นล่ะ เฉินเฟิงไม่ใช่เป็นคนส่งอาหารอยู่หรือ เขาจะเกี่ยวข้องกับยู่ฉวนซานได้ยังไงล่ะ”สวีเฟยหรงพูดอย่างสงสัย
“จริงนะ ถ้าไม่เชื่อแกถามเขาดูสิ” เสี้ยเมิ่งเหยารีบดึงเฉินเฟิงที่อยู่ข้างๆ
เฉินเฟิงยังไม่ทันเอ่ยปากสวีเฟยหรงกลับเอ่ยปากพูดก่อนแล้ว น้ำเสียงโอเวอร์มากกล่าวว่า “ ไอหย่า ที่แท้นี่คือเฉินเฟิงเหรอ เมิ่งเหยาถ้าแกไม่พูด ฉันก็คิดว่าเขาคือคนขับรถของแกแล้ว ยืนอยู่ข้างๆเหมือนท่อนไม้”
เฉินเฟิงเส้นสีดำเต็มใบหน้า นางพญามารสวีเฟยหรงคนนี้ จะต้องตั้งใจอย่างแน่นอน
เสี้ยเมิ่งเหยาย่อมต้องมองออกอยู่แล้ว เธอรู้ว่าสวีเฟยหรงไม่เข้ากันกับเฉินเฟิงมาโดยตลอด ถ้าหากว่าตามใจสวีเฟยหรงพูดต่อไป ทั้งสองคนเกรงว่าต้องทะเลาะกันขึ้นมาในสนามบินแน่ ฉะนั้นเธอรีบเอ่ยปากกล่าวว่า “เฟยหรงแกไม่ใช่บอกว่าแกหิวแล้วหรือ พวกเรากลับไปกินข้าวก่อนเถอะ”
ได้ยินว่ากินข้าว ตาที่งดงามของสวีเฟยหรงสว่างขึ้นมาทันที
“ยังไงก็เป็นเพื่อนรักของฉันยังคงห่วงใยฉัน ของที่เมืองนอก ฉันล้วนกินจนจะอ้วกแล้ว อยาก