ุนเสิ้งแค่ยิ้มน้อย ๆ แล้วพูดว่า “ฉันมาเยี่ยมเยียนเมิ่งเหยา ได้ข่าวว่าเธอไม่สบาย”
“คุณปู่ เชิญเข้ามาก่อนค่ะ” เสี้ยเมิ่งเหยายิ้มแล้วพูดขึ้น ไม่สบายเหรอ? ตัวเธอหรือจะไม่รู้ว่าตัวเองป่วยหรือไม่ป่วย? ที่เสี้ยหยุนเสิ้งพูดแบบนี้ ก็คงเพื่อที่จะหาข้ออ้างให้กับตัวเองมากกว่า
พอเสี้ยหยุนเสิ้งเข้าประตูมา เสี้ยฉี่ชาวและคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างหลังก็ตามกันเข้ามาเป็นพรวน
ชั่วขณะหนึ่ง ห้องที่เล็กอยู่แล้ว ก็ยิ่งแคบเข้าไปอีก
แต่ว่าที่โชคดีคือ เสี้ยหยุนเสิ้งเหมือนจะรู้ตัว พูดชัดขึ้นต่อหน้าคนทั้งหมดว่า เขาไม่ควรเชื่อฟังข่าวลือที่ได้ยินมาจากเสี้ยห้าว แล้วไล่เสี้ยเมิ่งเหยาออกจากบริษัท หวังว่าเสี้ยเมิ่งเหยาจะไม่ถือโทษโกรธเรื่องราวก่อนหน้านี้ และให้กลับมาทำงานที่บริษัทอีกครั้ง พร้อมทั้งกลับมารับผิดชอบดูแลโครงการยู่ฉวนซานด้วย
จะไม่พูดก็ไม่ได้ว่า ความเด็ดขาดครั้งนี้ของเสี้ยหยุนเสิ้ง มีบางส่วนความเกินความคาดหมายของเฉินเฟิง เขาไม่ได้โอ้เอ้แม้แต่นิดเดียว ตัดสินใจจัดการเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
เวลาแบบนี้ ขอโทษหรือไม่ขอโทษก็ไม่สำคัญแล้ว ในเมื่อท่าทีของเสี้ยหยุนเสิ้งให้คำตอบออกมาหมดแล้ว
ถ้าหากเฉินเฟิงยังจะบีบบังคับเสี้ยหยุนเสิ้งให้ขอโทษอีก ก็คงจะมากเกินไปแล้ว
อย่างแรกคือ เป็นการบีบคั้นคนมากเกินไป ในเมื่อเสี้ยหยุนเสิ้งเป็นญาติผู้ใหญ่ของเสี้ยเมิ่งเหยา จะให้ผู้ใหญ่มาขอโทษผู้น้อย มันดูไม่เหมาะสมมากนัก
อย่างที่สองคื