ย! ไอ้คนไร้ค่านี่ ไม่ช้าก็เร็วฉันจะเล่นงานแกให้ตายแน่!”
ในที่สุดเสี้ยห้าวที่โกรธจนบ้าคลั่งก็ปาโทรศัพท์ลงพื้น ขอบตาแดงก่ำแล้วพูดตะคอกว่า
“พอกันที!” เสี้ยฉี่ชาวพูดเตือนเสียงเย็นว่า “ปู่แกให้แกไปขอโทษเขา แล้วแกขอโทษเขาแบบนี้เหรอ?”
“แต่ว่า พ่อ ยัยเด็กขายตัวเสี้ยเมิ่งเหยา มันกะว่าจะไม่รับโทรศัพท์เลยนี่ แม้แต่เจ้าคนไร้ค่าเฉินเฟิง ยังกล้าหือกับผมอีก……”
“แกต้องเข้าใจก่อน ตอนนี้แกเป็นคนไปขอร้องเขา ไม่ใช่เขามาขอร้องแก ในเมื่อจะขอร้องเขา ก็ต้องมีท่าทีในการขอร้องคน แล้วน้ำเสียงกับคำพูดของแกเมื่อกี้ คนเขาให้อภัยแกถึงแปลก” เสี้ยฉี่ชาวพูดขึ้น
“งั้นต้องทำยังไงล่ะ?”
“ซื้อของขวัญบางอย่าง แล้วไปบ้านเสี้ยเมิ่งเหยาเลย ไปขอโทษต่อหน้าเธอ”
“พ่อ จะให้ผมไปขอโทษยัยเด็กขายตัวเสี้ยเมิ่งเหยา แล้วจะให้ผมเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?” ใบหน้าเสี้ยห้าวเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ
“หน้าของแกสำคัญหรือว่าโครงการยู่ฉวนซานสำคัญกว่ากัน?” เสี้ยฉี่ชาวจ้องเสี้ยห้าวอย่างไม่พอใจทีหนึ่ง หลังจากพูดจบแล้ว น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงบ้าง “ รอให้โครงการยู่ฉวนซานเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอตำแหน่งของแกที่อยู่ในตระกูลเสี้ยมั่นคงแล้ว ถึงตอนนั้น แกอยากจะทำอะไรเสี้ยเมิ่งเหยาก็ทำกับเสี้ยเมิ่งเหยาได้เลย แม้แต่จะไล่เธอออกไปจากตระกูลเสี้ยก็ยังได้”
“แต่ครั้งนี้ แกจำเป็นต้องอ่อนข้อให้เสี้ยเมิ่งเหยา ถึงแม้จะขายหน้าก็ตาม!”
“ดี งั้นก็ให้ยัยเด็กขายตัวนี่ได้ใจไปก่อน” เสี้ย