ั้งนั้น คือเคล็ดกระบี่เทียนเซียวอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่อาจผิดตัว จึงตะโกนชื่อออกมาในทันที
ถึงจะระบุตัวได้แล้ว แต่ภายในใจเขากลับยังตกตะลึงจนยากเอ่ยสิ่งใด
เพราะอานุภาพในแสงกระบี่นั้น เขารับรู้ได้ด้วยกายตนเองอย่างชัดเจน หาใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตรวมลมปราณขั้นต้นจะกระทำได้ หากแต่ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ลวี่หยางกลับทะลวงถึงขั้นกลางแล้ว
“บุรุษผู้นี้…ต้องมีโชควาสนาแน่นอน!”
คิดถึงตรงนี้ จ้าวซวี่เหอก็ระงับโทสะ แววตาฉายความปลาบปลื้มขึ้นแทน“ดีนัก! วันนี้นับว่าโชคสองชั้น โชควาสนาเช่นนี้ ข้าจะรับไว้ด้วยตนเอง!”
นอกค่ายกลลวงทิศ ลวี่หยางกลับมีสีหน้าเคร่งขรึม
“ลำบากไม่น้อยเลยจริงๆ…”
เขารู้สึกว่ากระบวนท่าของตนลงมือเด็ดขาดพอแล้ว แต่จ้าวซวี่เหอกลับยังสามารถฉวยโอกาสรอดออกมาได้ ไม่อาจฟาดฟันสิ้นในชุดเดียว
ซ้ำยังถูกจับได้ว่าเป็นใคร
แต่ในเมื่อมีค่ายกลลวงทิศปั่นป่วนทิศทางทั้งแปด ร่างแท้ของเขาก็ยังแฝงตัวอยู่ในความมืด ใช้เพียงกระบี่บินโจมตีจากระยะไกล หากเปิดศึกกันจริงๆ ฝ่ายที่มีโอกาสชนะมากกว่าก็ยังเป็นเขา
ในเวลาเดียวกัน จ้าวซวี่เหอก็สังเกตเห็นค่ายกลลวงทิศโดยรอบ แม้เป็นเพียงค่ายกลระดับต่ำที่ใช้กักขัง หากให้เวลาเพียงน้อยก็สามารถหาทางฝ่าได้ ทว่ามีลวี่หยางคอยรบกวนอยู่ไม่ห่าง อีกทั้งพลังลมปราณของเขาตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งของสภาพสมบูรณ์ ผลคือไม่อาจทำอะไรได้เลย
คิดได้ถึงตรงนี้ ดวงตาของจ้าวซวี่เหอก็พลันหมุนควับ ฉับพลันก