บข่งเชวีย ให้เขากลับไปฝึกฝนด้วยตนเองต่อ
เมื่อคล้อยหลังข่งเชวีย เจียงฉางเซิงก็เห็นว่าไป๋ฉียังคงเม้มปาก ดูอารมณ์ไม่ดี
“ให้รางวัลเขาไปตอนนี้ก็ไม่มีความหมายอะไร อีกอย่าง เจ้าเด็กคนนี้ก็เก่งกล้าสามารถไม่มีใครเทียบได้แล้ว” เจียงฉางเซิงหัวเราะเบาๆ
ไป๋ฉีขยับเข้ามาใกล้ “นายท่าน แล้วท่านจะจัดการกับราชันเซียนกาลเวลาอย่างไรหรือเจ้าคะ”
ราชันเซียนกาลเวลาถือตัว หลายปีมานี้แทบจะไม่มีสหายเหลืออยู่เลย พระแม่ของไป๋ฉีก็เคยถูกสั่งสอนมาแล้ว ทำให้ไป๋ฉีโกรธอยู่เล็กน้อย แต่ก็จนปัญญาทำอะไรไม่ได้
ในสายตาของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ราชันเซียนกาลเวลากระทำตัวมุทะลุเกินไป หลายอย่างก็ไม่จำเป็นต้องเด็ดขาดถึงเพียงนั้น ไม่ใช่ว่าผู้ข้ามมิติเวลาทุกคนจะกระทำตัวตามอำเภอใจ บางทีก็อาจจะถูกกดดันมา แต่ราชันเซียนกาลเวลาไม่แยกแยะเหตุผล เอาแต่ขับไล่ กระทั่งยังมีการลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง
เจียงฉางเซิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “นั่นล้วนเป็นสิ่งที่เขาพยายามจนได้มา บางทีเขาอาจจะดูไร้ความรู้สึก แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบ มิใช่หรือ”
ไป๋ฉีขบคิดแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล ถ้ายืนอยู่ในมุมของนายท่านก็ไม่อาจตำหนิราชันเซียนกาลเวลาได้จริงๆ ไม่ว่าอย่างไร ราชันเซียนกาลเวลาก็เป็น