“เราอาศัยอยู่ในบ้านเช่าราคาถูก ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างโชคดี เพราะที่แบบนี้เช่า ได้แค่คนที่มีรายได้อยู่ในช่วง 20-25% หมายความว่าต้องจนกว่าคนส่วนใหญ่ 75% และรวยกว่าคนจนที่อยู่ 20% ล่างสุด ถือว่าเข้มงวดมาก “งานอดิเรกเหรอ ไม่มีหรอก เพราะเป็นสิ่งที่ผมไม่มีปัญญาจ่าย” ภาพเหตุการณ์เปลี่ยนไปมาตามการบรรยายของตัวเอก แม่ตัวเอกดูแลทารกคนเดียวในบ้านเช่าราคาถูกสภาพรก โรงเรียนรัฐของตัวเอกแตกต่างจากโรงเรียนเอกชนในเวอร์ชันรวยลิบลับ แต่ที่ ชวนแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือเรื่องกิจกรรมเพื่อความบันเทิงหลังเลิกเรียน ในเวอร์ชันคนรวย กิจกรรมเพื่อความบันเทิงของผู้เล่นคือ ขี่ม้า ยิงธนู เล่น ดนตรี และศิลปะ ส่วนในเวอร์ชันคนจน กิจกรรมเพื่อความบันเทิงของผู้เล่นคือ วิ่งเล่นในสนามหลังบ้าน ขี่จักรยาน และเตะฟุตบอล มินิเกมทำออกมาได้ดีมาก แต่ถือว่าจืดชืดเมื่อเทียบกับเวอร์ชันคนรวย เหออันอยากให้ตัวเอกมีงานอดิเรกสักอย่าง แทนที่จะวิ่งเล่นไปมาในสนาม หลังบ้านทุกวัน แต่ไม่นานก็พบว่าใช้เงินทุนไปจนหมด จ้างครูมาสอนเล่นเชลโล่ที่บ้านราคาชั่วโมงละเจ็ดสิบห้าดอลลาร์ พ่อแม่พาเด็กไปเรียนว่ายน้ำต้องเสียเงินยี่สิบดอลลาร์ต่อครึ่งชั่วโมง ถ้าเป็น คอร์สระดับมืออาชีพ ราคาจะขึ้นไปเป็นสองร้อยดอลลาร์ต่อชั่วโมง