หลังเอยคำขอของตนเอง ราชันชะตางำประกายก็ หวาดหวั่นยิ่งนัก แม้ชะตาเรื้นจะมีบุญคุณชวยฟูมฟักเจียง เจี่ยน แตยามนี้ไมเหมือนวันวานอีกตอไปแลว หากชะตาเรืนยังคงแข็งแกรง เขาคงมาเรียกราชันมรรคาอมตะไปทำงาน ให้ได้อยางสงาผาเผย แตยามนี้ชะตาเร้นตกอยู่ในวิกฤต เขา กลัววาอีกฝ่ายจะปฏิเสธ หากเจียงฉางเชิงปฏิเสธเขา เขายังจะมีหนทางใดอีกเลา “ได!”เสียงของเจียงฉางเซิงที่ดังออกมาทำให้เขาทั้งดีใจและประหลาดใจ ความจริงแล้วที่เจียงฉางเชิงตื่นขึ้นมาในเวลานี้ก็เป็น เพราะจับสัมผัสกลิ่นอายของเขาได้ เจียงฉางเชิงไมติดขัดกับ การชวยเหลือชะตาเร้น ถึงอยางไรเขาก็เป็นศัตรูกับมรรคา อริยะอยูแล้ว อีกอย่างน้ำใจที่ชะตาเรื้นชวยอบรมบมเพาะเจียง จียนก็ยังมิไดตอบแทนถาเชนนันขา. ราชันชะตางำประกายรีบเอยปาก ทวาคำพูดยังไมทันเอย จบก็ถูกขัดเสียกอน “ขามองเห็นสนามรบแลว เมือถึงเวลาสมควร ขาจะลงมือเอง” ได้ยินคำนี้ ราชันชะตางำประกายก็ทำทาเหมือนอยาก จะพูดบางอย่างแตก็เงียบไป หลังจากลังเลครูหนึ่ง เขาก็คำนับ ไปทางแดนเซียนพรหมแลวหมุนตัวจากไป หลังจากราชันชะตางำประกายจากไปแลว เจียงฉางเชิง ไมไดหันไปมองสนามรบระหวางชะตาเรนกับมรรคาอริยะเป็น สิงแรก เขามองดูโลกแตละใบของวิถีเซียนตอ อีกฝั่งหนึ่ง ไปฉีสั่งสมสมบัติในมือมาหนึ่งแสนหลายหมื่น ปีจนมีสมบัติจำนวนนับไมถวน นางเริมตระเตรียมการเกียวกับบุญบารมี เวลานี สหายเกาจากอารามเขามังกรผงาดในวันวาน ต่างมารวมตัวกันใตต้นสรวง