รรคาค่อยๆ เริ่มขันแข่งกัน สรรพชีวิตต่างอยากรู้ว่าผู้ใดจะกลายเป็นลัทธิอันดับหนึ่งแห่งวิถีเซียน…ในตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าเขาเอ่ยขึ้นมาว่า “ไป๋ฉี ไปรับเจียงอี้ ให้เขามาฝึกบำเพ็ญอยู่ข้างกายเยี่ยสวินตี๋ แล้วให้ซูอิ๋นกลับห้วงอนันต์สุญญตาไป”ไป๋ฉีที่กำลังหลอมสมบัติอาคมอยู่ได้ยินดังนั้นก็เผ่นแผล็วออกจากตำหนักเมฆาม่วงทันทีเวลาไถ่บาปหนึ่งล้านปีของเจียงอี้ครบกำหนดแล้วจักรพรรดิสวรรค์กำลังส่งดวงวิญญาณของเขาไปยังแท่นเหินสู่เบื้องบน ผู้ที่ร่วมเดินทางมากับเขาก็คือเจียงซั่นกับเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์เจียงฉางเซิงนับนิ้วคำนวน เขาอายุหนึ่งล้านสองแสนเจ็ดหมื่นปีแล้ว แต่หนนี้ถึงเขาจะปิดด่านมาเนิ่นนาน แต่แดนเซียนพรหมก็ยังไม่มีขั้นพรหมคนที่สองเกิดขึ้นมาเขาเงยหน้ามองหาปฐมาจารย์หมื่นพุทธปฐมาจารย์หมื่นพุทธจวนเจียนจะถึงขั้นพรหมแล้ว ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าช่วงการวิวัฒน์สู่ขั้นพรหมเจ้าลัทธิคุนหลุนช้ากว่าก้าวหนึ่ง อย่างน้อยมูลค่าของตัวเขาก็ยังถูกปฐมาจารย์หมื่นพุทธทิ้งห่างอยู่เล็กน้อยเจียงฉางเซิงหันไปมองมู่หลิงลั่วบ้างตำหนักเมฆาม่วงกับสวรรค์ชั้นที่สามสิบสามล้วนมีส่วนช่วยในการฝึกบำเพ็ญ ตัวมู่หลิงลั่วเองก็มีพรสวรรค์ไม่ด้อย เมื่อบวกกับที่นางย่างเท้าเข้าสู่มรรคาแห่งโชคชะตามานานแล้ว นางจึงเร่งความเร็วแซงหน้า เริ่มขันแข่งมุ่งสู่ขั้นพรหมเช่นเดียวกันเจียงฉางเซิงยกมือขึ้นส่งแก่นแท้แห่งมหามรรคาบา