งส่วนเข้าไปในสมองของมู่หลิงลั่วเพื่อช่วยนางฝึกบำเพ็ญอีกด้านหนึ่งใต้ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาเยี่ยสวินตี๋กับซูอิ๋นนั่งทำสมาธิอยู่ข้างกัน กาลเวลาหลายแสนปีผ่านไป ลักษณะท่าทางของทั้งสองคนเปลี่ยนไปมากอย่างยิ่ง ซูอิ๋นสุขุมขึ้น เขาเริ่มมีมาดของผู้สูงส่งที่บรรลุธรรมแล้วไป๋ฉีเหาะมาหยุดหน้าแท่นเหินสู่เบื้องบนอย่างรวดเร็วคลื่นพลังของนางทำให้เยี่ยสวินตี๋กับซูอิ๋นลืมตาขึ้นซูอิ๋นเห็นไป๋ฉีก็ลุกขึ้นคำนับทันที“ซูอิ๋น เตรียมตัวกลับเถิด เจ้าสมควรไปแบกรับหน้าที่อัครเซียนยุทธ์แล้ว”ไป๋ฉีเหลือบมองซูอิ๋นแล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวล น้ำเสียงใสกระจ่างลอยเข้าไปในหูของทั้งสองคนซูอิ๋นเตรียมใจมานานแล้ว ไม่นานก่อนหน้านี้เขาเพิ่งเหยียบเข้าขั้นเซียนทองเอกเทวะ กายเนื้อแข็งแกร่งถึงขีดสุดเขาสมควรกลับไปแล้วจริงๆผ่านไปหลายแสนปี ผู้ที่เหินขึ้นมายังแดนเซียนพรหมทั้งหมดล้วนบรรลุขั้นเซียนทองเอกเทวะแล้ว รวมไปถึงสหายเก่าเหล่านั้นของเจียงฉางเซิงด้วย ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็เหินสู่เบื้องบนมาล้านปีแล้ว อีกทั้งพรสวรรค์ของตัวพวกเขาเองก็ไม่นับว่าธรรมดาสักเท่าไรขั้นเซียนทองเอกเทวะหรือที่เรียกกันว่าจักรพรรดิเซียนสิ่งนี้คือจุดหมายปลายทางของสรรพชีวิตทั้งหลายในวิถีเซียนหากอยากป่ายปีนเหนือขึ้นไปกว่านั้น มิใช่เพียงการทดสอบพรสวรรค์ แต่ยังเป็นการทดสอบสติปัญญาและบุญวาสนาอีกด้วยพรสวรรค์ของซูอิ๋นนับว่าโดดเด่น หากเขาอยู่ที่นี่ต่อ เขาคิดว่าตนเองมีโอกาสขันแข่งม