ขาอกสั่นขวัญแขวน“แข็งแกร่งมาก อีกฝ่ายจะต้องเหนือกว่าขั้นเซียนทองเอกเทวะอย่างแน่นอน!”“นี่มันของวิเศษชั่วช้าอันใด”“เดี๋ยวก่อนนะ ของวิเศษชิ้นนี้มีกลิ่นคาวโลหิตด้วย!”“หรือว่าจะเป็นมรรคาอริยะ”“เป็นไปได้มาก ถึงอย่างไรวิถียุทธ์ก็สั่นคลอนพวกเราไม่ได้อยู่แล้ว มีแต่มรรคาอริยะลึกลับที่เคยโผล่มาพวกนั้นที่มีกำลังพอจะทำเรื่องนี้”“หากพวกเราลงมือจะขวางมันได้หรือไม่”“ยากนัก เกรงว่าคงมีแต่ขั้นพรหมในตำนานเท่านั้นจึงจะสยบมันได้”จักรพรรดิเซียนทั้งหลายหารือกัน ระดับขั้นของพวกเขาคือเซียนทองเอกเทวะ ใกล้กับขั้นพรหมแล้ว แต่ก็ยังเหลือหนทางอีกไกลแสนไกล มีจักรพรรดิเซียนบางตนถึงขั้นรู้สึกว่าชั่วชีวิตนี้คงไร้ความหวังบรรลุขั้นพรหมเทพธิดาเซียวเหอก็อยู่ในกลุ่มจักรพรรรดิเซียนตรงนี้ด้วยตัวนางในยามนี้เติบใหญ่จนเป็นขั้นเซียนทองเอกเทวะแล้วนางกำลังพยายามขึ้นไปให้ถึงขั้นพรหมจักรพรรดิเซียนทั้งหลายไม่บุ่มบ่ามลงมือ เพราะพวกเขารู้ดีว่ามรรคาจารย์กำลังป้องกันศัตรูอยู่ พวกเขาอยากดูว่ามรรคาจารย์แข็งแกร่งมากเพียงใดกันแน่ในขณะเดียวกันนั้นบนต้นสรวงสวรรค์มหามรรคา ร่างแยกผานกู่ร่างแล้วร่างเล่าก็ลุกขึ้นยืน เยี่ยสวินตี๋กับซูอิ๋นที่อยู่ใต้ต้นไม้ถูกคลื่นพลังอันน่ากลัวที่อยู่ไกลๆ นั่นทำเอาสะพรึง พวกเขาไม่ทันสังเกตร่างแยกผานกู่ด้านบนในตำหนักเมฆาม่วงเจียงฉางเซิงกับมู่หลิงลั่วจับตามองแผ่นหินนั่นอยู่เหมือนกัน“พี่ฉางเซิง ภัยหนนี้อันตรายหรือไม่เ