จ้าคะ” มู่หลิงลั่วหันไปมองเจียงฉางเซิงแล้วถามเสียงเบาแม้นางจะเหยียบย่างสู่มรรคาแห่งโชคชะตาแล้ว แต่ตัวตนที่อยู่ในพันมหาโลกาส่วนใหญ่ต่างแข็งแกร่งกว่านางตอนนี้มรรคาแห่งโชคชะตาของนางจึงใช้ประโยชน์ในพันมหาโลกาไม่ได้“อันตรายหรือ น่าจะเรียกว่า อยู่ดีไม่ว่าดี ดันหาเรื่องให้หนทางของตนเองสิ้นสุดมากกว่า”เจียงฉางเซิงส่ายหัว หลังจากนั้นก็ถอนหายใจกับเงาร่างสวมหน้ากากสี่แสนสามหมื่นแต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์ น่าเสียดายแท้ๆ!มู่หลิงลั่วฟังจบก็ผลิรอยยิ้มออกมาอย่างห้ามตนเองไม่ได้ นางค้นพบว่าแม้เจียงฉางเซิงปิดด่านฝึกบำเพ็ญอยู่เป็นประจำ แต่ความเป็นมนุษย์ของเขาก็ยังอยู่ ไม่เหมือนผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นของวิถีเซียนที่ดูเย็นชาไร้หัวใจประหนึ่งตุ๊กตา“ข้าไปครู่เดียวก็กลับมาแล้ว เจ้าคอยเฝ้าดูเถิด”เจียงฉางเซิงทิ้งคำพูดนี้ไว้แล้วพาบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคาหายวับไปจากในตำหนักทันทีแผ่นหินยังคงพุ่งชนค่ายกลพิทักษ์สวรรค์หมื่นปรากฏการณ์อยู่ แสงสีครามมหาศาลห้อมล้อมทั่วมหาค่ายกล ด้านในแสงสีครามมีเงาร่างน่ากลัวนับไม่ถ้วนอยู่ในนั้นพวกมันเหมือนกำลังสาวเท้ามุ่งมายังแดนเซียนพรหม แม้แต่จักรพรรดิเซียนทั้งหลายเห็นแล้วก็ยังขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งในตอนนั้นเองเบื้องหน้าของจักรพรรดิเซียนทั้งหลาย ตรงสุดขอบของค่ายกลพิทักษ์สวรรค์หมื่นปรากฏการณ์ บัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคาปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า มันใหญ่โตยิ่งนัก ร่างแยกผานกู่ร่าง