จิ่นเอ๋อร์กลับรีบโบกมือ “ไม่ได้ๆ แม่นางไป๋บอกไว้แล้วว่าตอนนี้ท่านร่างกายอ่อนแอ ไม่อาจลงจากเตียงได้ หากหกล้มขึ้นมา เกรงว่าอาการจะหนักข้อขึ้นได้นะเจ้าคะ”
องค์หญิงถอนใจเสียงหนึ่ง นางลองขยับขา แต่กลับรู้สึกว่าขาของนางไม่อาจขยับได้ตามใจ ราวกับว่าขาทั้งสองข้างหนักเป็นพันชั่ง ยกไม่ขึ้นโดยสิ้นเชิง
นางกระวนกระวายขึ้นมาแล้ว พลันจับจิ่นเอ๋อร์เอาไว้ “จิ่นเอ๋อร์ ขาของข้าเป็นอะไรไป เหตุใดขยับไม่ได้เลยเล่า ขาของข้ายังอยู่หรือไม่”
จิ่นเอ๋อร์รีบเอ่ยว่า “ยังอยู่สิเจ้าคะ ขาขององค์หญิงก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ ท่านเป็นอะไรไป”
“ข้าขยับขาไม่ได้ ไม่มีความรู้สึกใดเลยสักนิดเดียว ข้าไม่ได้พิการหรอกใช่หรือไม่” อารมณ์ขององค์หญิงเริ่มผิดปกติอีกครั้ง นางจับแขนของจิ่นเอ๋อร์เขย่าไม่หยุด
หมอตี๋ที่อยู่ข้างนอกได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาถามจิ่นเอ๋อร์ “พี่สาวเป็นอะไรไปหรือ เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“เร็วเข้า รีบไปตามแม่นางไป๋มา รีบไป๋” จิ่นเอ๋อร์ว่า
ครั้นหมอตี๋เห็นนางมีท่าทางเช่นนั้น ก็รู้ว่าองค์หญิงต้องมีอาการร้ายแรง จึงวิ่งออกไปจนถึงห้องตำราโดยที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง
ห้องตำราของสำนักหมอหลวงใหญ่มาก ชั้นหนังสือภายในนั้นมีมากมาย แต่ที