สตรีกระโปรงขาวบนเมฆานั้นผิวขาวดุจหิมะ คิ้วงามดุจกิ่งหลิ่ว ดวงตาใสสะอาด เป็นประกายแวววาว ท่าทางของนางดูน่าเกรงขาม ศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ แต่กลับมีความงามที่ยั่วยวนทุกสรรพชีวิต เอกลักษณ์ที่ต่างกันสองแบบผสมผสานกัน บุรุษบนหน้าผาถึงกับมองด้วยอาการใจลอยบุรุษผู้นั้นเพียงแค่เหม่อไปชั่วขณะก่อนจะหลุบตาลง รีบเอ่ยขึ้น “ข้าน้อยฝึกกายทองคงกระพันจริงๆ ไม่รู้ว่าคำสัญญาที่มรรคาจารย์ให้ไว้ในอดีตจะเป็นความจริงหรือไม่”สตรีกระโปรงขาวก็คือไป๋ฉี นางมาครั้งนี้ก็เพราะได้รับคำสั่งมาจากเจียงฉางเซิงมรรคาจารย์เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าตัวตนแห่งวิถีเซียนคนแรกที่ฝึกกายทองคงกระพันได้สำ เร็จจะได้เป็นอัครเซียนยุทธ์อัครเซียนยุทธ์ไม่ใช่แค่ชื่อที่ฟังดูน่าเกรงขาม แต่มรรคาจารย์จะยังมอบอำนาจแห่งเทพที่แน่นอนให้อีกด้วย“เจ้ามีนามว่าอะไร”“ข้าน้อยแซ่ซู นามอิ๋น”“เช่นก็เป็นเจ้าจริงๆ จงเดินทางไปที่แดนสวรรค์ ไปที่แท่นเหินสู่เบื้องบน ข้าจะรอเจ้าอยู่อีกฟากของแท่นเหินสู่เบื้องบน”แท่นเหินสู่เบื้องบน?ซูอิ๋นตกใจระคนงุนงง เขารีบอธิบาย “ถึงข้าจะฝึกกายทองคงกระพันสำ เร็จ แต่ข้าก็ไม่ใช่จักรพรรดิเซียน ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่…”ไป๋ฉีกลั้นขำไม่อยู่ เอามือปิดปากหัวเราะเบาๆ เจ้าเด็กนี่เป็นคนซื่อจริงๆซูอิ๋นไม่กล้ามองนาง สิ่งใดไม่สมควรก็อย่ามองขณะเดียวกันก็เพื่อไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านเขาไม่คิดว่าไป๋ฉีคือมรรคาจารย์ หากเขาเดาไม่ผิด สตรีผู้นี้ก็คือพ