ระแม่ฝูหยวนใต้อาณัติของมรรคาจารย์“ก็เพราะเจ้าไม่ใช่จักรพรรดิเซียนถึงจะให้เจ้าไปฝึกบำเพ็ญที่แดนเซียนพรหม ภายภาคหน้าเจ้ายังต้องกลับมาเมื่อบุญบารมีของเจ้าสมบูรณ์ จึงจะแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัครเซียนยุทธ์”คำพูดของไป๋ฉีทำให้ซูอิ๋นโล่งอก ภายในใจเกิดความคาดหวังขึ้นอย่างไร้ที่สิ้นสุดเดินทางไปแดนเซียนพรหม เขาก็จะได้พบมรรคาจารย์อย่างนั้นหรือแม้ซูอิ๋นจะมีอายุแค่หนึ่งพันปี แต่ภายในใจของเขาก็เลื่อมใสมรรคาจารย์มาโดยตลอด ความปรารถนาสูงสุดในชีวิตของเขาก็คือการได้พบมรรคาจารย์สักครั้ง“เอาล่ะ ข้าหวังว่าอัครเซียนยุทธ์จะสร้างชื่อเสียงไปทั่ววิถีเซียน ปกป้องวิถีเซียน ไม่ให้ผิดต่อมรดกกายทองคงกระพันและความหวังของมรรคาจารย์ที่มีต่อเจ้า”ไป๋ฉีทิ้งคำพูดเช่นนี้ไว้แล้วก็จากไป ซูอิ๋นลุกขึ้น มองเงาร่างที่จากไปไกลของนาง อารมณ์ความรู้สึกภายในใจแปรปรวนไปหมดมรรคาจารย์กำลังคาดหวังในตัวข้าหรือซูอิ๋นกำสองหมัดแน่น รู้สึกว่าอนาคตมีแต่แสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุด… ภายในตำหนักเมฆาม่วงเจียงฉางเซิงลุกขึ้นยืน เขากำลังเหยียดเส้นสาย นั่งรู้แจ้งมรรคามาห้าแสนปี ตบะของเขาเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่ก็ยังห่างไกลจากการบรรลุขั้นการบรรลุขั้นของขั้นพรหมไม่ใช่จะสำ เร็จได้ในล้านปี ทว่าแค่เขาเห็นแต้มเซ่นไหว้ของตนเองเพิ่มขึ้นก็พอใจมากแล้วตอนนี้เขาไม่เกรงกลัวอริยอัครจักรพรรดิแล้วไป๋ฉีเข้ามาใกล้ก่อนจะเอ่ยถาม “นายท่าน อัครเซียนยุทธ์มีอำนาจแห่งเทพเช่นใดหรือ”เจ