รดื่มน้ำ”
จิ่นเอ๋อร์ตอบรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะรีบไปเทน้ำมา นางประคององค์หญิงลุกขึ้น แล้วส่งจอกน้ำชาไปที่ใต้ผ้าบังหน้าขององค์หญิง
ไป๋จื่อยังคิดว่าจะถือโอกาสตอนที่นางดื่มน้ำ มองดูใบหน้าของนางสักครั้ง แต่ใครจะรู้ว่ากลับมองอะไรไม่เห็นทั้งสิ้น ผ้าโปร่งนี้ช่างปิดบังได้ดีเสียจริง
จิ่นเอ๋อร์ป้อนน้ำให้องค์หญิงเรียบร้อยแล้ว ก็ถามไป๋จื่อว่า “เจ้าฟังคำพูดขององค์หญิงรู้เรื่องได้อย่างไร ข้าไม่เห็นได้ยินอะไรเลย”
ไป๋จื่อยิ้มจางไม่พูดจา ในใจเอ่ยว่า ‘ไหนเลยผู้ป่วยฟื้นขึ้นมาแล้วจะไม่ต้องการดื่มน้ำก่อน คอแห้งไม่รู้ตั้งกี่วันแล้ว ตามหลักแล้วควรจะใช้สารน้ำ ทว่าสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเช่นนี้ ข้าไม่กล้าหยิบของพวกนั้นออกมาหรอก’
องค์หญิงรู้สึกชุ่มคอแล้ว ในที่สุดนางก็ส่งเสียงแหบพร่าออกมา “ที่นี่ที่ใด”
จิ่นเอ๋อร์รีบตอบ “องค์หญิง ที่นี่คือสำนักหมอหลวงของแคว้นฉู่เจ้าค่ะ ท่านถูกอาวุธลับของผู้ร้าย สลบไสลไปหลายวัน โชคดีที่แม่นางไป๋เชี่ยวชาญวิชาแพทย์มาก ท่านถึงรอดชีวิตมาได้เจ้าค่ะ”
องค์หญิงกวาดสายตามองไป๋จื่อและหมอหลวงสวี่ที่อยู่ข้างๆ เตียง นางพยักหน้าให้พวกเขา ก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง เมื่อพบว่าไม่มีใครอื่นจึงรีบถาม “เสด็จพี่เล่า เสด