ว่านี้หน่อยหรือไร วันๆ คิดแต่จะกินกับนอน งานอะไรก็ไม่ทำสักอย่าง
“ท่านป้า ขอเพียงท่านช่วยข้าครั้งนี้ ข้ารับรองว่าท่านกับเสี่ยวเฟิงจะได้มีชีวิตที่ดี ต่อไปเสี่ยวเฟิงจะได้เป็นขุนนางใหญ่แน่นอน”
หลิวซื่อสนใจในทันที “เจ้าว่ามาสิ เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ”
ไป๋เจินจูเล่าเรื่องราวทั้งหมดเสียรอบหนึ่ง หลิวซื่อได้ฟังแล้วก็เหงื่อตก “เจ้าหมายความว่าเผยชิงหานไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเจ้าแล้ว? แม้แต่สาวใช้ก็ไล่ไปอย่างนั้นหรือ ไม่เหลือเลยสัก กคน?”
ฝ่ายไป๋เจินจูพยักหน้า “ไม่เหลือเลยสักคนเดียว ดูท่าทางครั้งนี้เขาจะเอาจริง แต่ข้าไป๋เจินจูไม่ยอมถูกรังแกง่ายๆ แน่”
“ตอนที่เจ้ามา ระหว่างมีใครตามมาหรือไม่” เสี่ยวเฟิงถาม
ไป๋เจินจูส่ายหน้า “ไม่มีกระมัง ใครจะมาตามข้า”
เสี่ยวเฟิงพลันโมโห “โง่นัก เจ้ามาที่นี่เช่นนี้ หากเผยชิงหานส่งคนตามเจ้ามา นั่นไม่เท่ากับหาพวกข้าพบหรืออย่างไร”
หลิวซื่อรีบเอ่ยบ้าง “ไม่หรอกกระมัง! หากเขาจะจับพวกเรา ก็ลงมือได้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในร้านอัญมณีเมื่อครู่แล้ว เหตุใดต้องรอจนถึงตอนนี้ด้วย”
ข้อนี้เสี่ยวเฟิงก็ยังคิดไม่ตกเช่นกัน “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ระวังไว้หน่อยย่อมดีที่สุด”
ไป๋เจินจูนรีบเดินไปที่ข้างหน้าต่าง เพื่อเปิดม