็นทิวแถวข้างนอก เขาฉีกยิ้มแป้น “นี่ช่างเป็นสถานที่ซ่อนตัวที่ดีจริงๆ”
ทว่าจิ่นเอ๋อร์กลับขนลุกตั้งไปทั่วทั้งตัว ปากของนางสั่นเครือ “จะซ่อนตัวที่นี่ได้อย่างไร พวกเราเปลี่ยนที่กันเถอะ!”
หูเฟิงชำเลืองมองแสงไฟที่อยู่ไกลลิบๆ “เกรงว่าจะไม่ทันแล้ว”
ครั้นกล่าวจบ เขาก็ลากจิ่นเอ๋อร์เข้าไปด้านในสุสาน เดิมทีประตูหน้าแง้มไว้ หากบอกว่ามีโลงศพหนึ่งร้อยโลงอยู่ในลาน เช่นนั้นด้านในเรือนก็มีโลงศพซ้อนกันสูงต่ำอยู่ไม่น้อยกว่าสาม มร้อยโลงแล้ว
โจวกังแลบลิ้น “ในหนึ่งปีมีวิญญาณโดดเดี่ยวตายเท่าไรกัน”
“พูดไร้สาระให้น้อยหน่อย รีบหาที่ซ่อนดีกว่า” เวลานี้หูเฟิงเปิดโลงศพโลงหนึ่งดู พาให้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาในทันที เขาจึงปิดฝาโลงศพอย่างเร่งร้อน
“พยายามหาโลงศพใหม่ อาจจะยังมีโลงที่เพิ่งส่งมาใหม่อยู่” อากาศหนาวเย็น ทั่วไปแล้วหากเพิ่งตายไม่กี่วันจะยังไม่เน่า เข้าไปหลบด้วยก็พอจะทนได้ ไม่เช่นนั้น…
โจวกังเจอโลงศพใหม่โลงหนึ่งแล้ว หลังจากเปิดออกดู ศพข้างในเหมือนกำลังหลับอยู่ กลิ่นไม่แรงมาก จึงให้จิ่นเอ๋อร์เข้าไปหลบก่อน
ทั่วไปแล้วด้านใต้ศพในโลงจะไม่ได้ปูผ้าห่มอายุขัย[1]เอาไว้ด้วย หากมีครอบครัวเก็บศพให้ จะมีผ้าปูไว้ข้างใต้ตามประเพณี