ระตูสนิทแน่น ได้ยินเพียงเสียงร้องน่าเวทนาลอดออกมาจากด้านในอยู่บ่อยครั้งรางๆ
เมื่อประตูตำหนักหรูอี้เปิดออกอีกครั้ง ด้านในคล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติ เพียงแต่ขันทีและนางกำนัลข้างกายพระสนมซูเฟยเหมือนจะลดน้อยลงไปสองสามคน
…
ตำหนักชิ่งอัน
ฮองเฮามองหญิงชราที่หมอบอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นชา “ยังไม่มีข่าวคราวอีกหรือ”
หญิงชราไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น “ทูลฮองเฮา สายข่าวขาดการติดต่อทั้งหมดเลยเพคะ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ขาดการติดต่อทั้งหมด? ไม่เหลือเลยแม้แต่คนเดียวหรือ”
บัดนี้หญิงชราตัวสั่นไปทั้งตัว เสียงตอบรับจึงสั่นเครือไปด้วย
ฮองเฮาพิโรธหนัก พลันคว้าจอกชาข้างกายขว้างออกไป แต่ใครจะไปคิดว่าชานั้นเป็นชาใหม่ น้ำชาข้างในจอกร้อนลวกอย่างยิ่ง เมื่อพระนางขว้างออกไปเช่นนี้ น้ำชาส่วนใหญ่จึงสาดใส่หลังมือของนางเอง พาให้หลังมือที่ขาวต่องแดงเถือกเพราะถูกลวกในทันที
หญิงชราก็ไม่ได้ดีไปกว่าพระนาง เพราะน้ำชาสาดใส่ศีรษะ ลวกหนังศีรษะของนางจนเจ็บร้อน อีกทั้งทั่วเรือนตมยังเต็มไปด้วยใบชาสีเขียวมรกต ทว่านางทำได้เพียงกัดฟันอดทนไว้ ไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว
ขันทีที่คอยปรนนิบัติรับใช้เห็นดังนั้น