เปิดฝาจอกกระเบื้องที่สวยงามออก เป่าลมอยู่สองครา กลิ่นหอมเฉพาะของชาต้าหงเผาก็โชยมาเตะจมูกแล้ว
กลิ่นของมันหอมมาก ไม่มีกลิ่นแปลกๆ อะไรแทรกอยู่ นางจึงยกจอกชาขึ้นชิดริมฝีปาก ทว่าเพิ่งคิดจะลองดื่มเข้าไปสักคำ จู่ๆ นางก็วางมันลง
ฉุนฮองเฮาและนางกำนัลที่ยกชามาให้มองจนตาแทบถลนออกมาแล้ว นางยกจอกชาขึ้นถึงปากแล้ว ไยถึงวางลงไปอีกเล่า
ซูฉุนถามว่า “ไม่ชอบชาต้าหงเผาหรือ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ใช่เพคะ เพียงแต่มันร้อนลวกเกินไป รอให้มันเย็นสักหน่อยก็ยังไม่สาย”
ซูฉุนพยักหน้า สบายใจขึ้นได้เสียที ถูกของนาง แม่นางเช่นนางเมื่อเกิดมาก็ตกระกำลำบากอยู่ข้างนอก น่าจะไม่ได้มีโอกาสได้จิบชาเท่าไรนัก โดยเฉพาะชาดีๆ เช่นนี้ ปกติแล้วนางเพียงดื่ มชาเพื่อดับกระหาย ย่อมชอบชาเย็นๆ มากกว่ากระมัง
แต่ก็ไม่เป็นไร ต่อให้เย็นแล้วก็ได้ผลเช่นเดียวกัน
“เช่นนั้นก็กินนมสักหน่อยเถอะ ขนมสองชนิดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ฝ่าบาทโปรดปรานเป็นที่สุด ข้าเรียนทำตั้งนานถึงจะทำเป็น เจ้าต้องลองชิมดูให้ได้นะ”
ไป๋จื่อพยักหน้า หยิบขนมโก๋ขึ้นชิ้นหนึ่ง ดมมันที่ปลายจมูก ก่อนจะยิ้มเอ่ยว่า “หอมยิ่งนัก ต้องอร่อยมากเป็นแน่” นางกัดขนมโก๋อย่างแผ่วเบา มันแตกสลายอยู่ใน