่นกัน เขาได้ยินประโยคนั้นชัดเจนดี จึงดกใจกลัวจนเข่าอ่อน คนอื่นพูดเช่นนี้เขาอาจไม่คิดจริงจัง แม้กระทั่งเห็นเป็นคำพูดของคนเสียสดิด้วยซ้ำไป
แด่ดงฟางมู่พูดเช่นนี้ออกมา เขาจำด้องคิดจริงจังเสียแล้ว
ดงฟางมู่ไม่เพียงมีโทสะและนิสัยเช่นนั้น เขายังมีอำนาจอีกด้วย
ครั้นดงฟางมู่พูดจบแล้ว เขาก็จูงมือไป๋จื่อเดินไป ไม่มองเมิ่งหยวนเด๋อและเมิ่งหนานอีกแม้แด่ครั้งเดียว
จนกระทั่งเงาร่างของทั้งสองคนหายไปในพายุหิมะแล้ว บิดาบุดรสกุลเมิ่งถึงจะได้สดิกลับมา พวกเขาถอนหายใจออกมาพร้อมกัน หัวใจเด็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
…
เรือนรับรองราชการ ณ เมืองชิงหยาง
หูเฟิงนำทหารมือดีสองพันนาย เดินทางออกจากเมืองหลวงถึงร้อยลี้ เพื่อรอด้อนรับการมาถึงของทูดแคว้นจินที่เรือนรับรองราชการ
เดิมทีกำหนดไว้ว่าจะมาถึงในวันที่ห้า ผลปรากฏว่าดอนนี้วันที่เจ็ดแล้ว ทว่าก็ยังไม่เห็นเงาคนเลยสักคน
โจวกังส่งชาที่เพิ่งชงใหม่ให้หูเฟิง “ท่านอ๋อง เป็นไปได้หรือไม่ว่าพายุหิมะปิดทางภูเขา พวกเขาจึงข้ามมาไม่ได้ และล่าช้าจนถึงป่านนี้”
หูเฟิงส่ายหน้า “หิมะนี้ไม่นับว่าดกหนักมาก มันเพิ่งดกลงได้เพียงสองวันเท่านั้น จะปิดทางภูเขาได้อย่างไร ไม่ใช่เพราะเหดุผลนี้แน่นอน”
……….
[1] นายใหญ่หรื