คงหลับอยู่ในห้องพักแขก แต่ตงฟางมู่กลับลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้ว กำลังฝึกมวยในลานท่ามกลางหิมะ เขาชินเสียแล้ว หลายสิบปีมานี้ล้วนฝึกมวยทุกวันไม่เว้นว่าง ไม่เคยเปลี ยนแปลง
สาวใช้ยกอาหารเช้ามาเคาะประตู ตงฟางมู่คิดว่าเป็นอาหารเช้าที่ส่งมาให้พวกตน จึงเรียกสาวใช้ไว้ “นางเพิ่งหลับไปได้ไม่นาน กินสายกว่านี้สักหน่อยก็ได้ เจ้าอย่าเผลอไปปลุกนางเสียล ละ”
สาวใช้พลันทำหน้าลำบากใจ “นี่ไม่ใช่อาหารเช้าของแม่นางไป๋เจ้าค่ะ เป็นของฮูหยินของพวกข้าต่างหาก แม่นางไป๋บอกไว้ว่าต้องให้นางดูอาหารของฮูหยินก่อน”
ตงฟางมู่ขมวดคิ้ว ไยต้องยุ่งยากถึงเพียงนี้ รักษาโรคได้ก็เพียงพอแล้ว ป่วยเป็นโรคอะไรก็ใช้ยารักษาเป็นพอ ยังต้องสนใจว่านางจะกินอะไรด้วยหรือนี่
ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออก ไป๋จื่อคลุมเสื้อบุนวมยืนอยู่ที่หน้าประตู พลางกวาดสายตามองถาดอาหารในมือสาวใช้ ก่อนจะเปิดฝาออกดูทีละอย่าง กล่าวว่า “ลดลงกึ่งหนึ่งเป็นอันใช้ได้ ”
สาวใช้ตะลึงลาน นาถามในทันที “ลดลง