ใหม่นี้ ก็ถูกไทเฮาเรียกมาตรวจอาการเสียแล้ว เขาจึงรู้สึกกระวนกระวา ายใจอยู่บ้าง
ไทเฮาร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไร ปกติแล้วเขามักจะหลีกเลี่ยงเรื่องของไทเฮาเสมอ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็จะตรวจอาการไปเท่าที่ทำได้ แต่ไม่มีทางออกใบสั่งยาให้ไทเฮาด้วยต ตนเองลำพังแน่นอน จะได้ไม่เป็นการดึงความผิดพลาดมาใส่ตัว
วันนี้โชคดีที่หมอหลวงสวี่ก็อยู่เช่นกัน อีกทั้งหมอหลวงสวี่ยังมีท่าทีกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ราวกับคอยท่าให้ไทเฮาเรียกเขามาตรวจอาการอย่างไรอย่างนั้น
“หมอหลวงสวี่ ข้าจำได้ว่าเจ้าเข้าเวรในคืนส่งท้ายปีเก่า”
หมอหลวงสวี่พยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ”
“คืนนั้นแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น ไทเฮาประชวรเป็นอะไรกันแน่” หมอหลวงเหลียงหรี่ตามองหมอหลวงสวี่ ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
หมอหลวงสวี่แตกต่างกับหมอหลวงเหลียง เขาเป็นคนไม่ปิดบังเรื่องราว และไม่รู้สึกว่ามีเรื่องอะไรที่น่าปิดบัง จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเสียรอบหนึ่ง
“ภาวะสมองขาดเลือด? รักษาหายแล้วหรือ” หมอหลวงเหลียงตกใจจนอ้าปากค้าง ภาวะสมองขาดเลือดมีเป็นเช่นไร